
ร.9ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต-สิ่งของให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตและใช้สิ่งของต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน
นายวิชัย อุทโธ อายุ 35 ปี พนักงานบริษัทเอกชนภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนสาว นางสาวอทิตา ธัญญเจริญ อายุ 35 ปี กล่าวว่า เดินทางมาถึงสนามหลวงตั้งแต่เช้ามืด เวลาประมาณ 04.00 น.ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 09.00 น.ซึ่งขณะได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พยายามทำใจให้ว่าง และสงบจิตใจให้นิ่งที่สุด
"ตอนเด็กๆ แม่เคยพาไปเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง มีคนมารอพระองค์ท่านเยอะมาก จำได้ว่าเป็นต่างจังหวัดแต่ตอนนั้นยังเล็กมากเลยไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน เพราะที่ผ่านมาพระองค์ท่านเสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่างๆ มากมายเพื่อทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อคนไทย อย่างใน จ. สมุทรปราการ ก็มีโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ เป็นโรงเรียนที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้น นอกจากนี้พระองค์ท่านยังทรงเป็นแบบอย่างในด้านการใช้ชีวิต ใช้สิ่งของต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" นายวิชัยกล่าว
ด้าน นายไพศาล สีผาย วัย 42 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว เดินทางมาจากบ้านพักย่านถนนพระราม 2 พร้อมด้วยภรรยา ลูกสาว และเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมต้น รวม 9 คนมารอต่อแถวกราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 06.00 น. และได้ขึ้นกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตฯ เวลา 08.00 น.กล่าวว่า ตั้งใจอยากจะมากราบพระบรมศพนานแล้ว แต่เพิ่งรวมตัวกับเพื่อนๆ ที่เดินทางมาจาก จ.ชลบุรี ได้พร้อมกันวันนี้
"ดีใจมากที่ได้มากราบพระองค์ท่าน นับเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด ตอนที่นั่งอยู่หน้าพระบรมโกศผมคิดถึงพระองค์ท่านมาก นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ท่านทรงทำให้คนไทย และที่ผ่านมาผมได้นำแนวคำสอนของพระองค์ท่านสอนมาปรับใช้กับตัวเองโดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการทำงาน ให้มีความมั่นคง อยู่รอด และมีการพัฒนาต่อไปด้วย" นายไพศาลกล่าว



