ข่าว

จี้ปปช.สอบ"มาร์ค-ชวรัตน์"เอื้อบ.ซิโน-ไทย

จี้ปปช.สอบ"มาร์ค-ชวรัตน์"เอื้อบ.ซิโน-ไทย

21 ก.ย. 2552

"พร้อมพงษ์" จี้ปปช.สอบ"นายกฯ-ชวรัตน์"เอื้อบ.ซิโน-ไทย เป็นคู่สัญญารัฐหลายโครงการ ด้าน"ชวรัตน์" ไม่หวั่นมั่นใจชี้แจงได้ ยันไม่เคยใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้

(21ก.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูนพรรคเพื่อไทย ยื่นเอกสารร้องป.ป.ช.เพื่อให้สอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในกรณีที่เอื้อประโยชน์และประโยชน์ทับซ้อน และผลประโยชน์ขัดกันของกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ประกอบ 265 และกฎหมายป.ป.ช. มาตรา 100 ( 1 ),( 3 ),( 4 ) กรณีที่มีมติครม.เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2552 ที่อนุมัติให้มีการลงทุนโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ วงเงิน 408 ล้าน และ 98 ล้านที่ทางสำนักงบประมาณท้วงติงไว้ว่าน่าจะมีการลงทุนร่วมกัน แต่ที่สุดครม.ก็มีการอนุมัติ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มีข้อเท็จจริงอยู่ในเอกสารที่ยื่นให้ป.ป.ช. ไปแล้ว

 นายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า บ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น นั้นมีผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยบุตรและครอบครัวของนายชวรัตน์ แต่ยังได้รับการอนุมัติให้รับสัมปทานโครงการของรัฐตามมติครม.ของนายอภิสิทธิ์ด้วยทั้งที่กฎหมายระบุว่าคนที่เป็นรัฐมนตรี ข้าราชการเมือง ต้องไม่มีผลประโยชน์ขัดกันทางกฎหมาย หรือเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัวและญาติ จึงต้องการให้ป.ป.ช.สอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพื่อเอาผิดนายอภิสิทธิ์ และนายชวรัตน์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมต้องตรวจสอบ เพื่อให้เห็นว่าเป็นเหมือนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 50 เช่นกัน

 ด้านนายสงวน กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่าสามารถเอาผิดได้เพราะเอกสารทั้งหมดที่นำมายื่นนั้น ล้วนเป็นเอกสารทางราชการ ตนเองเป็นกรรมาธิการงบประมาณ จึงเห็นข้อผิดปกติว่าบริษัทดังกล่าวเป็นคู่สัญญากับรัฐจำนวนมาก จึงสงสัยว่าทำไมนายชวรัตน์ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ได้ ทั้งที่ผิดกฎหมายชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่ครม.นายอภิสิทธิ์มีมติเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2552 ได้อนุมัติขยายวงเงิน และอนุมัติโครงการใหม่ให้โครงการแอร์พอร์ตลิ้งก์ และยังพบว่าบริษัทนี้ได้ยื่นเสนอโครงการทุกๆโครงการจนได้รับคัดเลือกเป็นบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด

 “ ตอนที่นายชวรัตน์เป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายสมชาย และนายสมัคร นั้นภรรยาเขายังไม่ได้ลาออกจากผู้ถือหุ้นบริษัทเลย ซึ่งกฎหมายป.ป.ช.ก็ระบุว่าสิ่งใดที่ภรรยาทำนั้นให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นทำด้วย ถือว่าเป็นการผูกพันธ์สัญญาโดยตรงครั้งแรกแล้ว พอมาครั้งที่สองนั้นนายสมชาย และนายสมัครไม่ยอมให้นำมตินี้เข้าครม.ทั้งๆที่ขอมาตั้งแต่ก.ค. 52 ก็เพราะมีชื่อภรรยานายชวรัตน์อยู่ แต่เมื่อมีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีการเสนอเรื่องเข้าครม.แต่ในการพิจารณาไม่ได้นำข้อท้วงติงของสำนักงบฯมาพิจารณาเลย แต่กลับอนุมัติให้รัฐรับภาระจ่ายแทนบ.ซิโน-ไทยจำนวน 408 ล้าน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าผิดปกติมาก และผิดกฎหมายอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงขอให้ป.ป.ช.สอบนายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 171 ซึ่งต้องเกี่ยวข้องโดยตรงเหมือนที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยโดน อีกทั้งกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินระบุชัดว่านายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทุกกระทรวง ซึ่งถ้าป.ป.ช.มีความยุติธรรมก็ต้องัดสินกรณีนี้เหมือนที่เคยตัดสินพ.ต.ท.ทักษิณ” นายสงวน กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารที่นายพร้อมพงษ์ยื่นให้ป.ป.ช.แผ่นหนึ่งเป็นตารางโครงข่ายที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างนายชวรัตน์ กับพรรคภูมิใจไทย รวมถึงกระทรวงต่างๆในความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย ที่ล้วนแต่มีเมกะโปรเจ็กต์แล้วเชื่อมโยงต่อไปยังบ.ซิโน-ไทยฯ ซึ่งมีภรรยาและครอบครัวชาญวีรกูล ของนายชวรัตน์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งนั้น เช่น นางสนองนุช   นายอนุทิน นายมาศถวิน น.ส.อนิลรัตน์
 
 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นถอดถอนนายชวรัตน์ และคณะรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ข้อหาเอื้อผลประโยชน์ให้บ.ชิโนไทย ที่เป็นบริษัทของนายชวรัตน์ ในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วง ว่า พรรคเพื่อไทยคงไม่ทราบว่า ตนได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินมานับครั้งไม่ถ้วน เนื่องจากตนถูกปรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีหลายครั้ง ประมาณ 7 ครั้ง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่ามีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับคนในตระกูลชาญวีรกูลนั้น บริษัทดังกล่าวก็เป็นบริษัทมหาชน ใครๆ ก็สามารถซื้อหุ้นได้ มันไม่เกี่ยวข้องกับตน ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทมานาน

 เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่าการดำรงตำแหน่งในรัฐบาลของนายชวรัตน์ ไม่มีการให้คุณให้โทษกับ บ.ชิโนไทย ใช่หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทมานานแล้ว ส่วนที่จะมองประเด็นว่า บุตรของตนเข้าไปเกี่ยวนั้น ความจริงแล้ว บุตรที่บรรลุนิติภาวะสามารถซื้อหุ้นที่ไหนก็ได้ ส่วนที่ว่า ชิโนไทยได้รับผลประโยชน์จากการประมูลโครงการของรัฐหลายโครงการนั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้อง เชื่อว่าถ้ายื่นป.ป.ช. ตนสามารถชี้แจงได้ ยิ่งเรื่องบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถซื้อหุ้นที่ไหนก็ได้ ไม่มีปัญหา ทั้งนี้การที่พรรคเพื่อไทยเอาเรื่องนี้ออกมาตีเป็นประเด็นนั้น ตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องมีการตรวจสอบตามธรรมดา ซึ่งก็ไม่ว่ากัน