ข่าว

"วัฒนา" ร้อง "อธิบดีศาลอาญา"ตร.ปอท.ข่มขู่ทนาย

"วัฒนา" ร้อง "อธิบดีศาลอาญา"ตร.ปอท.ข่มขู่ทนาย

23 ส.ค. 2560

"วัฒนา" ควงทนาย ร้อง "อธิบดีศาลอาญา" ขอไต่สวน ตร.ปอท. ข่มขู่ทนายวันฝากขัง จ่อยื่นอุทธรณ์คัดค้านฝากขังอีกก่อนครบกำหนดฝากขังครั้งแรก 1 ก.ย.นี้

           ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก- 23 ส.ค.60 เวลา 10.00 น.นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความของนายวัฒนา เดินทางมายื่นคำร้องถึงนายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ไต่สวน กรณีพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ทนายความ เป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่และประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล ในช่วงที่พนักงานสอบสวน มายื่นฝากขังครั้งแรก นายวัฒนา ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

                      "วัฒนา" ร้อง "อธิบดีศาลอาญา"ตร.ปอท.ข่มขู่ทนาย

           โดยนายวัฒนา กล่าวว่า พนักงานสอบสวนที่มายื่นคำร้องฝากขังตน เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ทนายความของตน คำพูดทำนองว่าจะเอาปืนกรอกปาก ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ เพราะคดีที่เกิดขึ้นกับตน การตั้งข้อหาก็พิลึกพิสดารอยู่แล้ว ตนโดน 3 ข้อหา สอบสวนเสร็จปล่อยกลับบ้าน พอข้อหาที่ 4 กลับนำมาฝากขัง แล้วมาแสดงพฤติกรรมในศาลอย่างนี้ ตนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดทนายของตนเป็นนายกสมาคมทนายความฯ ยังโดนแบบนี้ ตนเป็นนักการเมืองยังโดนขนาดนี้ ประชาชนทั่วไปจะโดนขนาดไหน พนักงานสอบสวนเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ต้องมีความสำนึกไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ตนจึงมายื่นขอให้มีการไต่สวนการกระทำดังกล่าว ซึ่งมีพยานเป็นทนายความอยู่ในเหตุการณ์หลายคน วันนั้นตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์เรื่องเฟซบุ๊กไลฟ์ในศาลยังโดนละเมิดอำนาจศาล แต่พฤติกรรมแบบนี้ร้ายแรงกว่าของตนไม่รู้กี่ร้อยเท่า ขอให้เป็นดุลยพินิจของศาลตนไม่ก้าวล่วง

           ทั้งนี้ นายวัฒนา ยังกล่าวถึงการฝากขังด้วยว่า ตนเตรียมยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งที่อนุญาตให้ฝากขังด้วย เพราะตนเห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องควบคุมตัว การจำกัดเสรีภาพต้องทำเท่าที่จำเป็นเพื่อให้การสอบสวนราบรื่น เมื่อตนไม่หลบหนี ไม่ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย การเอาตนมาควบคุมจะทำให้การสอบสวนยากขึ้นตรงไหน เมื่อไม่มีเหตุก็เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ  ซึ่งคนอื่นไปแสดงตัวก็ปล่อยกลับแต่ของตนมาฝากขังมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เมื่อตนมีปัญหากับตำรวจที่ดูแลการใช้คอมพิวเตอร์แล้วตนอาจจะมีคดีรายวันก็ได้ แต่ก็พร้อมจะสู้

                  "วัฒนา" ร้อง "อธิบดีศาลอาญา"ตร.ปอท.ข่มขู่ทนาย

           "ผมปกป้องการใช้สิทธิของผมตามกฎหมาย ไม่ได้ใช้สิทธิอะไรที่เกินเลย แต่ว่าให้ประชาชนจับตาตำรวจซึ่งมีทั้งอาวุธและกฎหมายในมือ วันนี้หลังจากที่เราเปิดหน้าสู้กันตรงนี้แล้ว อะไรจะเกิดกับผมก็ดูละกัน ต่อไปอาจจะมีการปฏิบัติแปลกๆ มามอบตัวเหมือนอย่างทุกคดีต่อไปนี้ไม่ปล่อยกลับแล้ว จะเอามาฝากขัง มาขออำนาจ แล้วจะมาคัดค้านกันทุกคดี ก็อาจจะเกิดขึ้น" นายวัฒนา กล่าว

           เมื่อถามว่าจะไปร้องเรียนพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคนดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบหรือไม่

           นายวัฒนา กล่าวว่า เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นในบริเวณศาลก็ต้องเรียนอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อน หลังจากนั้นก็ไปดูกันว่าทางผู้บังคับบัญชาจะทำอย่างไร ในเมื่อวันนี้ บก.ปอท.มีส่วนได้เสียกับตนแล้วจะปกป้องสิทธิและเสรีภาพของตนอย่างไร ตนใช้เสรีภาพตามกฎหมาย การที่ถูกข่มขู่อย่างนี้จำเป็นต้องยอมอย่างนั้นหรือ ตนมาร้องให้ศาลไต่สวนไม่ได้บอกว่าเขากระทำผิด ซึ่งเรามีพยานหลักฐาน และไม่ใช่ลักษณะการพูดเล่น มีกิริยาก้าวร้าวมากเกินไป

                    "วัฒนา" ร้อง "อธิบดีศาลอาญา"ตร.ปอท.ข่มขู่ทนาย

           เมื่อถามว่าวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีหมายคดีอะไรส่งไปที่บ้านเพิ่มเติม นายวัฒนา กล่าวว่า เป็นหมายเดิมส่งย้ำ เรื่องเดียวกันส่งมาสามรอบ ขยันเป็นพิเศษ ส่งทั้งที่กรุงเทพฯ และ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีทะเบียนบ้านตนอยู่ แต่ตนก็ลงบันทึกประจำวันแล้วว่าตนอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

          ด้านนายนรินทร์พงศ์ ทนายความกล่าวถึงเหตุการณ์ว่า เราได้คุยกับพนักงานสอบสวนมาตลอด วันนั้นหลังจากเราขอคัดค้านการฝากขัง เราแหย่กันเล่น มีการบอกว่าถ้าศาลยกคำร้องแล้วจะดำเนินคดีกับตน แต่หลังจากนั้นกลับแสดงอาการคำพูดที่ก้าวร้าวมาก หากมีการไต่สวนแล้วตนจะนำรายละเอียดมาเสนอต่อศาล ซึ่งมีคำพูดที่ตนรู้สึกหงุดหงิดและรับไม่ได้คือการพูดว่า "เต็มที่ก็เอาปืนยิงกรอกปากกัน" ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ตนเป็นห่วงว่าประชาชนที่ถูกดำเนินคดีแล้วถูกกระทำ จะทำให้ภาพพจน์ตำรวจเสียไปด้วย ตนไม่กังวลเกี่ยวกับการข่มขู่เท่าไหร่นัก แต่กังวลเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน และถ้าพนักงานสอบสวนเป็นปฏิปักษ์กับตนแล้วจะทำงานกันได้อย่างไร

           นายนรินทร์พงศ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่ตนเป็นนายกสมาคมทนายความฯ ตนได้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการสมาคมแล้ว จะมีหนังสือจากองค์กรตนมาถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอีกครั้งหนึ่ง หากทนายความยังถูกกระทำในศาลแล้วเรื่องอย่างนี้ปล่อยไปไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องการเอาคืน แต่เอาความถูกต้องมาว่ากัน ถ้ามาโต้ตอบต้องทำแบบบัณฑิตทำกัน ไม่ใช่มาก้าวร้าวข่มขู่ องค์กรทนายความทั่วประเทศอาจจะรวมตัวกันในเรื่องนี้ เพราะมันเกินเลย ทั้งนี้ ตนจะไปเตรียมการยื่นอุทธรณ์คำคัดค้านการฝากขัง เพราะก่อนเข้าสู่กระบวนการฝากขัง ตัวนายวัฒนาเองมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีไปไหน และมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกทุกครั้ง ดังนั้น การมายื่นคำร้องฝากขังจึงมิชอบ ซึ่งคาดว่าจะยื่นอุทธรณ์ก่อนครบกำหนดฝากขังครั้งแรก คือก่อนวันที่ 1 ก.ย.นี้.