
“หน่วยข่าวฯ”ประเมินมวลชนเชียร์“ปู
หน่วยข่าวฯประเมินมวลชนเชียร์"ปู" ส่วนใหญ่จาก กทม.-ปริมณฑล ชี้ 70% เป็นสาวใหญ่มาให้กำลังใจ ด้าน คสช. ห่วงสภาพอากาศแปรปรวน- จราจรคับคั่ง ให้เข้าใจมาตรการตรวจเข้ม
23 ส.ค.60-"หน่วยข่าวฯ"ประเมินมวลชนเชียร์"ปู" ส่วนใหญ่จาก กทม.-ปริมณฑล ชี้ 70% เป็นสาวใหญ่มาให้กำลังใจ ด้าน คสช. ห่วงสภาพอากาศแปรปรวน- จราจรคับคั่ง ให้เข้าใจมาตรการตรวจเข้ม พร้อมเกาะติดสถานการณ์หลังสิ้นสุดคำพิพากษา รักษาบรรยากาศให้สงบฯ ยันไม่รู้ผลพิพากษาล่วงหน้า
มีรายงานว่า หน่วยข่าวความมั่นคงได้ประเมินมวลชนที่จะเดินทางมาที่ศาลาฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง วันที่ 25 ส.ค.นี้เพื่อให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า จะมีมวลชนเดินทางมาประมาณ 2,500 – 3,000 คน ส่วนใหญ่มาจากในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น จ.นนทบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี อยุธยา สมุทรปราการ เป็นต้น จำนวนประมาณ 1,500-2,000 คน ส่วนภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1,000 คนขึ้นไป
หน่วยข่าวฯ ยังประเมินว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงประมาณ70 เปอร์เซ็นต์ อายุเฉลี่ยประมาณ 30-40 ปีขึ้นไป ในขณะที่ 20-30 ปี มีรายงานเข้ามาเพิ่มเติมว่าจะมาร่วมให้กำลังใจด้วยทั้งนี้ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับมวลชนอย่างต่อเนื่องว่าการเดินทางเข้ามาในบริเวณดังกล่าวไม่ได้สะดวกสบาย การจราจรคับคั่ง และอยากให้ติดตามข่าวสารอยู่ที่บ้าน แต่ที่เจ้าหน้าที่ห้ามปรามคือคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับส่ง ขนส่ง ไปจ้างรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ติดตามตั้งแต่การขนคนมายังศาลฯ เมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งพบว่าเป็นรถโดยสารที่ถูกว่าจ้างจากนักการเมือง และ ผู้ให้การสนับสนุน
ทางด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) กล่าวถึงมวลชนที่จะเดินทางมายังหน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า คดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน น่าจะมีมวลชนมาพอสมควร ประมาณ 2- 3พัน สำหรับงานของ คสช.คือการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคงดูแล ซึ่งภาระหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว ก็มอบให้ทางตำรวจได้เป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาเยี่ยม มอบดอกไม้ ให้กำลังใจบริเวณหน้าศาล
"พื้นที่ที่ได้แบ่งเอาไว้คือพื้นที่การทำงานของศาล ซึ่งขอความร่วมมือจำกัดเป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป และมีการแบ่งพื้นที่ที่จะรองรับมวลชนประมาณ 2-3 พันคน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสิ่งของต่างๆ เพราะว่าการที่มีคนมากมารวมกัน การนำพาสิ่งของต้องห้าม หรือ ของมีคม หรืออะไรก็ตามที่จะทำให้ดูแล้วไม่เรียบร้อย หรือบรรยากาศที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดูแล สำหรับข้อห่วงใย และข้อกังวลคือสภาพอากาศในช่วงนี้ที่เปลี่ยนแปลง อาจจะมีฝน หรือ มีภาวะแดดร้อน อุณหภูมิสูง รวมถึงปัญหาการจราจร" พ.อ.ปิยพงศ์กล่าว
ทีมโฆษก คสช. ยังระบุว่า สิ่งที่ปรากฏหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ของการมาให้ปากคำ และ ครั้งสุดท้ายคือเมื่อวันที่ 1 ส.ค.พบว่ามวลชนส่วนใหญ่ที่เป็นพี่น้องประชาชนคนไทยมาด้วยความเรียบร้อย มาให้กำลังใจและกลับ หรืออาจจะเดินทางไปในภารกิจอื่น แต่ก็ไม่ได้สร้างความวุ่นวาย ในขณะเดียวกันยังให้ความร่วมมือ เมื่อเจ้าหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจว่าพื้นที่ใดหวงห้าม และพื้นที่ใดที่สามารถยืนได้ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
เขาย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีข่าวสารสำคัญที่ปรากฏว่าจะมีสิ่งใดที่ไม่เรียบร้อย การเตรียมการของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงได้ศึกษาพื้นที่และเตรียมการอำนวยความสะดวกให้เกิดความสงบเรียบร้อย และทำบรรยากาศให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากที่สุด สำหรับผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถที่จะตอบได้ในเวลานี้ เป็นเรื่องของศาล แต่อย่างไรก็ตาม คสช. ก็คงต้องติดตามสถานการณ์ไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการตัดสินคดีสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ต้องรักษาบรรยากาศของความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองต่อไป แม้ผลจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครก็ตาม.



