
'แองเกล่า แมร์เคล'มีหวังนั่งนายกฯสมัยที่2
แองเกล่า แมร์เคล มีหวังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง แต่ยังไม่แน่ว่าจะต้องตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคที่หวังหรือไม่
(21ก.ย.) ชาวเยอรมันราว 62 ล้านคน ได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเกือบจะแน่นอนว่า ผลที่ออกมาจะทำให้นางแองเกล่า แมร์เคล ผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม จะได้กลับไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 ของประเทศที่ได้ชื่อว่ามีจำนวนประชากรมากที่สุดในยุโรป และยังมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย
ถ้าไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งก็คงจะเป็นไปตามโพลส์ของหลายสำนัก ที่แสดงให้เห็นว่า นางแมร์เคลวัย 55 ปี บุตรสาวของนักเทศน์จากอดีตฝั่งคอมมิวนิสต์เยอรมนีตะวันออกและได้รับการยกย่องจากนิตยสารฟอร์บส ให้เป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก จะได้รับเลือกตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ขณะที่ปัญหาสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าหลังการเลือกตั้งก็คือ ขณะที่เยอรมนีมีระบบการเมืองแบบรัฐบาลผสม พรรคกลางขวา คริสเตียน เดโมแครต หรือ CDU ของเธอ จะได้คะแนนเสียงมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพันธมิตรที่เล็งไว้อย่างพรรคลิเบอรัล ฟรี เดโมแครต ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ รัฐบาลใหม่ในสมัยที่สอง ก็จะเป็นการจับมือกันระหว่างพรรค CDU กับพรรคกลางซ้าย เสรีประชาธิปไตย หรือ SPD ที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนชี้ว่า จะนำมาซึ่งความสิ้นหวังในการนำพา
ประเทศให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยที่รุนแรงที่สุดในยุคหลังสงครามโลก
ผลสำรวจล่าสุด ให้พรรค CDU ได้คะแนนเสียง 36 เปอร์เซ็นต์ และฟรี เดโมแครต ได้ 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพียงพอที่จะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างฉิวเฉียด ขณะที่พรรค SPD ได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพันธมิตรอย่างพรรคกรีนส์ ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ การเลือกตั้ง
ครั้งนี้ มีขึ้นหลังการรณรงค์หาเสียงที่ไม่ประทับใจผู้ชม ระหว่างนางแมร์เคล กับคู่แข่งจากSPD คือรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ แฟรงค์ วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ วัย 53 ปีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีหลักฐานว่า การดีเบทที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เพียงครั้งเดียวที่แสนสุภาพและไร้อารมณ์นั้น เหมือนกับสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานจนจืดชืด
ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ต้องแยกแยะนโยบายของสองพรรคใหญ่ ที่มีข้อเสนอที่แตกต่างกันในประเด็นสำคัญ ๆ ที่รวมทั้งการเข้าไปพัวพันในอัฟกานิสถานและวิกฤติการเงิน นักวิเคราะห์ระบุว่า นางแมร์เคลรู้ว่า เธอไม่จำเป็นต้องต่อสู้แบบเผชิญหน้า เธอเพียงแค่อาศัยคะแนนนิยมจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ได้คะแนนนิยมสูงสุดเท่าเธออีกแล้วในประวัติศาสตร์ชาติเยอรมัน
ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เยอรมนีจะเป็นเจ้าภาพเชิญบรรดาผู้นำโลก ไปร่วมเฉลิมฉลอง 20 ปีของการทำลายกำแพงเบอร์ลิน ที่นำไปสู่การรวมประเทศเยอรมนี แน่นอนว่า ผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่างประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า จะไม่ไปร่วมพิธี เนื่องจากติดภารกิจการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เอเชีย แต่ตอนนางแมร์เคล พบกับโอบาม่าที่กรุงวอชิงตัน เมื่อเดือนกรกฎาคมเธอได้บอกเขาเรื่องที่เธอต้องเตรียมตัวหาเสียงเลือกตั้งนั้น ประธานาธิบดีได้ยิ้มกว่างให้เธอและกล่าว คุณชนะอยู่แล้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงเอาแต่ห่วงเรื่องนี้



