ข่าว

หวั่นกอชทำกองทุนสวัสดิการชุมชนล่มพบ18ล้านคนพร้อมเข้าระบบ

หวั่นกอชทำกองทุนสวัสดิการชุมชนล่มพบ18ล้านคนพร้อมเข้าระบบ

21 ก.ย. 2552

นักวิชาการหวั่น กอช.ทำระบบกองทุนสวัสดิการหมู่บ้านล่ม เหตุพบ 18 ล้านคนพร้อมเข้าระบบหลังรัฐจ่ายเงินสมทบเพิ่ม ชี้ต้องวางระบบชัดเจนพร้อมเปิดช่องให้โอนย้ายสิทธิ์ระหว่างกองทุนได้ ขณะที่แกนนำแรงงานนอกระบบ เสนอให้ สปส.เข้าบริหาร

นายมโนชัย สุดจิตร เลขาธิการสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในฐานะนักวิจัยการออมเงินเพื่อการชราภาพ กล่าวว่า จากที่พูดคุยกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในการจัดตั้งกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ เห็นตรงกันว่าจะใช้ชื่อย่อว่า กอช. ซึ่งจากการศึกษาวิจัยระบบการออมเพื่อการชราภาพเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบว่ามีทั้งภาคบังคับและสมัครใจ ซึ่งระบบบังคับได้แก่ กองทุนเพื่อการชราภาพในระบบประกันสังคม (สปส.) ครอบคลุมประชากร 9 ล้านคน ส่วนระบบภาคสมัครใจเช่น กองทุนอาร์เอ็มเอฟ และเอลทีเอฟ

 ทั้งนี้จากงานวิจัยยังพบว่าขณะนี้มีแรงงานจำนวน 11 ล้านคน เข้าสู่ระบบการออมแล้ว แต่แรงงานที่มีรายได้ 34 ล้านคน มีถึง 24 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่มีนายจ้าง เช่น เกษตรกร 6 ล้านคน และรับจ้างทั่วไป และพบว่ามี 18 ล้านคน มีความสามารถออมเงินชราภาพได้ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีรายได้มากกว่า 5,000 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามจากการสำรวจพบว่าแรงงานนอกระบบเห็นด้วยถึงความจำเป็นของการออม ยกเว้นกลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีรายได้มากและมีการศึกษาสูง ประกอบอาชีพอิสระ เช่น สถาปนิก ต้องการที่จะเก็บเงินออมเอง จึงเห็นว่าควรทำในลักษณะกึ่งบังคับ ใช้สิทธิประโยชน์ดึงให้คนเข้าสู่ระบบ ซึ่งรูปแบบกองทุนบำนาญของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะกำหนดอายุผู้ที่เข้าระบบคือตั้งแต่ 16-60 ปี ต่างจากของ สศค.ที่กำหนดตั้งแต่อายุ 20-16 ปี พร้อมทั้งเสนอให้ออมเป็นหน่วยกองทุน กองทุนละ 100 บาท จัดเก็บในทุกๆ เดือน ตกปีละ 1,200 บาท และต้องมีอายุการออมตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จึงได้รับเงินบำนาญชราภาพนี้

 นายมโนชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีโจทย์ที่รอแก้ไขอยู่คือ ทำอย่างไรเมื่อกองทุนนี้จัดตั้งขึ้นแล้วจะต้องไม่ไปทำลายกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีท้องถิ่นหลายแห่งดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากตามระบบนี้รัฐจะมีการจ่ายเงินสมทบทำให้มีคนเดินเข้าสู่ระบบมาก ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตายไปในที่สุด ดังนั้นอาจให้รัฐจ่ายเงินสมทบให้แก่ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการแทน รวมทั้งการจัดเก็บเงินจากแรงงานเข้าสู่ระบบ การออม

 ด้านนางสุจิต รุ่งสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานนอกระบบระดับชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนบำนาญทั้งของ สศค.และสภาที่ปรึกษาฯ แต่สิ่งสำคัญที่ควรต้องดำเนินการคือ การสร้างความชัดเจนในการเชื่อมโยงระหว่างกองทุนกรณีที่เกิดการโอนย้ายสิทธิ์ เช่น แรงงานนอกระบบที่เดินเข้าสู่ระบบ ทำให้ต้องเปลี่ยนกองทุน และเห็นควรให้ สปส.เข้ามาบริหารจัดการกองทุนนี้ด้วย  เพราะมีกลไกบริหารอยู่แล้ว