
เปิดวิสัยทัศน์5ผู้สมัครตัวเก็ง"นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่"
ศึกชิงสภาเจดีย์ขาวในตำแหน่ง "นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่" ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ดูเหมือนจะร้อนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นหัวเมืองอันดับ 1 ของประเทศแล้ว สนามเลือกตั้งเชียงใหม่ยังชี้วัดกระแสความแรงของระบอบทักษิณได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
การชิงชัยเที่ยวนี้ มีผู้สมัครเปิดตัวลงสู้ศึก 10 ราย แต่ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ขอคัดเฉพาะตัวเก็ง 5 ราย เรียงตามหมายเลข ดังนี้
เริ่มที่ "แชมป์เก่า" และผู้สมัครหมายเลข 1 ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ที่อาสามาสานงานเก่าที่คั่งค้าง ภายใต้สโลแกน "คงเสน่ห์เชียงใหม่ทันสมัยสวยงาม" พร้อมชู 3 นโยบายสำคัญ
1.คงไว้ซึ่งเสน่ห์ดั้งเดิมเมืองเชียงใหม่ ทั้งทัศนียภาพและวัฒนธรรมประเพณี 2.ริเริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานระบบบำบัดน้ำเสียทั่วเมือง และ 3.สร้างสวนสาธารณะเขียวขจีกลางใจเมือง
ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง บอกว่า ตลอดเวลาเกือบ 2 ปี ที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีครั้งที่ผ่านมา ถูกแรงเสียดทาน และแรงกดดันจากการบริหารงานจากกลุ่มอิทธิพลอย่างมาก
แต่การกลับมาลงเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้ย่อท้อ เพียงขอโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้งเพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานการเมืองท้องถิ่น และปลดล็อกกลุ่มอิทธิพลที่ครอบงำการเมืองท้องถิ่นมานาน
คู่แข่งรายสำคัญ ผู้สมัครหมายเลข 2 นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ อดีตรองนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชาย นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ที่ถูกมองว่า เป็นตัวแทน "ตระกูลบูรณุปกรณ์" กลับมาทวงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่คืน
ทัศนัย ชูนโยบายเน้นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน สานต่อโครงการเชียงใหม่เมืองมหานคร ทั้งยังจะส่งเสริมพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่คนเมืองเชียงใหม่
ทัศนัย ระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจลงชิงชัยครั้งนี้ เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้พัฒนาเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ถือเป็นหัวใจของ จ.เชียงใหม่ ให้มีความเจริญก้าวหน้าดียิ่งขึ้น หลังจากตำแหน่งว่างเว้นมาระยะหนึ่งทำให้การพัฒนาหลายด้านต้องหยุดชะงัก
น่าสนใจว่า การลงสู้ศึกครั้งนี้เขามีกองเชียร์เป็น กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หรือ "เสื้อแดงเชียงใหม่" ซึ่งคงจะมีฐานเสียงแน่นหนาไม่น้อย
คู่แข่งอีกราย ผู้สมัครหมายเลข 3 นพ.เพนาย เตโชฬาร หรือ "หมอตง" อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ชูสโลแกน "เริ่มใหม่ ทำใหม่ เพื่อชาวเชียงใหม่"
เขาชูนโยบาย 9 นคร คือ 1.นครแห่งความปลอดภัยทั้งความเป็นอยู่และอุปโภคบริโภค 2.นครแห่งมหาวิทยาลัย 3.นครแห่งคุณธรรมนำสันติสุข 4.นครแห่งวัฒนธรรม 5.นครแห่งสวัสดิการ 6.นครเมืองสะอาดและมีระเบียบ 7.นครแห่งการท่องเที่ยว 8.นครแห่งการศึกษา
ส่วนนครที่ 9 คือ "นครแห่งสุขภาพ" โดยจะสร้าง "โรงพยาบาลเทศบาลแห่งใหม่" จะมีรถฉุกเฉินพร้อมทีมงานช่วยชีวิต (หน่วยนครเชียงใหม่) ครอบคลุมทุกแขวงฟรีตลอด 24 ชั่วโมง มีแพทย์คุ้มครองผู้ป่วยเรื้อรัง พร้อมจัดรถพยาบาลรับ-ส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล
คู่แข่งรายต่อมา ผู้สมัครหมายเลข 4 นายวัลลภ แซ่เตี๋ยว ที่เปิดตัวตั้งแต่ไก่โห่ และมีป้ายหาเสียงทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยชูนโยบาย "ปาตรงเป้า 8+1" ประกอบด้วย
1.ไม่ขยายถนนทุกสายเด็ดขาด 2.แรกเกิดถึงอนุบาล 500 บาทต่อเดือน 3.ประปาทุกที่ ติดตั้งฟรีทุกบ้าน 4.ช่วยคนในเขตเทศบาล ค่าไฟหารสอง
5.ร่วมฝ่าวิกฤติ พักหนี้โรงรับจำนำของเทศบาล 6.ว่างงานเทศบาลดูแล (1 ทะเบียนบ้าน 1 งานทำ) 7.อินเตอร์เนตไร้สายทั้งเมือง 99 บาทต่อเดือน นักศึกษา 1 บาทต่อเดือน และ 8.ตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาเชียงใหม่
ส่วนนโยบาย+1 คือ จะทำให้เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นเสมือน "รีสอร์ทขนาดใหญ่" โดยชู "วัฒนธรรม" เป็นจุดขายนักท่องเที่ยวโดยตั้งเป้าใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี
นายวัลลภ ระบุว่า ไม่รู้สึกกดดันในการแข่งขัน โดยยึดมั่นที่จะทำตามเป้าหมาย ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกหรือไม่ และไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องแข่งขันกับผู้สมัครคนอื่นๆ
อีกคู่แข่งที่น่าจับตา ผู้สมัครหมายเลข 7 นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งซุ่มลงพื้นที่มานาน โดยชูสโลแกน "มีประสบการณ์พร้อมทำงานเพื่อชาวเชียงใหม่"
วิภาวัลย์ ยืนยันว่า ทุกนโยบายที่หาเสียงสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และทำได้ทันที โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยว เพราะถือเป็นรายได้หลักของคนเชียงใหม่
รวมทั้งการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ซึ่งเชียงใหม่มีต้นทุนที่สูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังเน้นนโยบายสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดเก็บขยะ และการจัดการปัญหาน้ำเสีย พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเมืองเชียงให้สวยงาม สะอาดตา
ส่วนที่ถูกมองว่ามีฐานเสียง "เสื้อแดง" เหมือนนายทัศนัย เธอก็บอกว่า ไม่หนักใจเรื่องการตัดคะแนนกันเอง เพราะการเมืองท้องถิ่น ประชาชนจะเลือกที่ "ตัวบุคคล" มากกว่า
นี่คือนโยบายคร่าวๆ ของตัวเก็งแต่ละราย ส่วนนโยบายโดยละเอียดของแต่ละคน ชาวเชียงใหม่คงได้ติดตามผ่านสื่อโฆษณา รวมทั้งเวทีหาเสียงมาบ้างแล้ว ส่วนจะรักใครชอบใครก็ไปใช้สิทธิ์ได้ตามใจชอบในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้



