ข่าว

ไกล่เกลี่ยสำเร็จ"ชาวแพรกษา-เอกชน"ยอมทำแผนฟื้นฟูบ่อขยะ

ไกล่เกลี่ยสำเร็จ"ชาวแพรกษา-เอกชน"ยอมทำแผนฟื้นฟูบ่อขยะ

18 ส.ค. 2560

ศาลแพ่งไกล่เกลี่ยสำเร็จ "ชาวบ้านแพรกษา สมุทรปราการ-เอกชน" เจรจายอมความทำแผนฟื้นฟูบ่อขยะแพรกษาหลังกระทบไฟไหม้ปี 57 สรุปแผนฟื้นฟู 9 ข้อจังหวัดตั้งกก.คุม

 

          18 ส.ค.60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้นัดทำแผนและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ในคดีหมายเลขดำ สว.1/2558 ที่นายสุชาติ นาคนก และชาวบ้านใน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ ต.แพรกษา เมื่อวันที่ 16 มี.ค.57 รวม 457 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกรมย์พล สมุทรสาคร,นายเด่นตรง ตั้งเด่นไชย, นางบุญไทย ตั้งเด่นไชย และองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษา เป็นจำเลยที่ 1-4

          โดยคู่ความได้ตกลงร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟูบ่อขยะแพรกษาซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้คำแนะนำตามหลักวิชาการ จนเป็นที่พอใจแก่ทั้งสองฝ่าย และสองฝ่ายตกลงจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามแผนฟื้นฟู โดยการดำเนินการฟื้นฟูจะอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของคณะกรรมการที่จังหวัดสมุทรปราการจัดตั้งมา

          ทั้งนี้ตามแผนงานดังกล่าว มีแนวทาง 9 ข้อฟื้นฟูบ่อขยะเนื้อที่ 153 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา มีดังนี้ 1.งานปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณบ่อขยะ 2.งานบริหารจัดการภายในบ่อขยะ โดยออกแบบก่อสร้างโรงรื้อร่อน คัดแยกขยะและระบบจัดการขยะ 3.งานบริหารจัดการคุณภาพน้ำในบ่อขยะด้วยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย 4.การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและอากาศ 5.การดำเนินการกรณีฉุกเฉิน 6.การกำจัดกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย 7.การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับสาธารณชน 8.เงื่อนไขการยุติการดำเนินการ และ 9.การติดตามผลการปฏิบัติงานตามแผนฟื้นฟู นอกจากนี้ ตามสัญญาดังกล่าวยังมีข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกรณีไม่ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูและค่าใช้จ่ายไว้ด้วย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีบ่อขยะแพรกษา ที่ชาวบ้านซึ่งได้รับผลกระทบ รวมตัวกันยื่นฟ้องเอกชนและอบต.แพรกษา มีสำนวนคดีเข้าสู่การพิจารณาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลแพ่งรวม 13 คดี มีโจทก์รวมทั้งสิ้น 2,349 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีคดีรับโอนมาจากศาลจังหวัดสมุทรปราการด้วย 10 คดี ขณะที่ต่อมาได้ถอนฟ้อง อบต.แพรกษา จำเลยที่ 4 เพื่อไปแยกฟ้องคดีที่ศาลปกครอง 

          ขณะที่คดีของเอกชนในแผนกคดีสิ่งแวดล้อมของศาลแพ่ฃได้ดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย โดยให้ชาวบ้านที่เป็นโจทก์ได้รับการบรรเทาผลเสียหาย รายละ 3,000 บาท.