
ภาวะผู้นำ
ระยะนี้ได้ยินได้ฟังคนไทยพูดกันถึงคำว่า ภาวะผู้นำ หนาหูขึ้น มีเสียงกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้ขาดภาวะความเป็นผู้นำ แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทั้งผู้ที่พูดและผู้ที่ถูกพูดถึงนั้น มีความเข้าใจถึงคำว่า ภาวะผู้นำ อย่างถูกต้องเพียงพอหรือไม่ ?
คำว่า “ภาวะผู้นำ” เป็นคำที่แปลมาอย่างตรงตัวจากภาษาอังกฤษว่า leadership ซึ่งฝรั่งเองก็มีทฤษฎีที่ว่าด้วย “ผู้นำ” และ “ภาวะผู้นำ” ไว้หลายทฤษฎีด้วยกัน อาทิ การนำคำว่า leaders มาจำแนกเป็นคุณสมบัติของผู้นำ ตามแต่ละตัวอักษร คือ l หมายถึง listening & learning ได้แก่การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ตัว e หมายถึง ethic ได้แก่คุณธรรม ตัว a หมายถึง ability ได้แก่ความสามารถ ตัว d หมายถึง dominance ได้แก่บารมี ตัว e หมายถึง employee-center แก่การเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของผู้ร่วมงาน ตัว r หมายถึง reinforcement ได้แก่การเป็นผู้สร้างแรงจูงใจ สุดท้ายคือตัว s ได้แก่ stability หมายถึงความหนักแน่นเที่ยงธรรม
ขณะที่บางทฤษฎีกล่าวว่าภาวะผู้นำต้องประกอบด้วย คุณลักษณะเด่น (dominance) หรือบารมี มีพลังความมุ่งมั่น (high energy) มีความมั่นใจในตัวเอง (self confidence) มีอำนาจ (internal focus of control) วุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคง (stable) มีความน่าเชื่อถือ (integrity) มีปฏิภาณไหวพริบ (intelligence) มีความยืดหยุ่น (flexibility) ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น (sensitive to others) มีวิสัยทัศน์ร่วม (shared vision) และ การทำงานเป็นทีม (team work) เป็นต้น
ในทางไทยนั้น โดยที่การปกครองในสมัยโบราณเป็นไปในลักษณะของธรรมบาล ซึ่งผู้นำมีหน้าที่ในการดูแลประชาชนด้วยความเป็นธรรม ดังนั้น หน้าที่และคุณสมบัติของผู้นำจึงเป็นไปตามหลัก ราชธรรม 10 ประการ ซึ่งเรียกกันว่า ทศพิธราชธรรม อันได้แก่ การให้ทาน การทรงศีล การบริจาคทรัพย์ ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม
จะเห็นว่าภาวะผู้นำแบบฝรั่งนั้น หนักไปในเชิงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ร่วมงาน แต่ภาวะผู้นำแบบไทยตามทศพิธราชธรรม เป็นวัตรปฏิบัติของตัวผู้นำเอง ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติย่อมได้รับทั้งความรักและความเคารพนับถือจากบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้นำก็ต้องมีผู้ตาม และหากจะพูดถึงภาวะผู้นำฝ่ายเดียว โดยไม่ได้พูดถึงภาวะผู้ตาม ก็จะทำให้เรื่องนี้ขาดความสมบูรณ์ไป ผู้ตามที่ดีนั้น มีผู้ให้คำนิยามไว้ว่า จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการงานในส่วนของตนเอง ให้ความร่วมมือกับผู้นำและผู้ร่วมงาน มีความภักดีต่อองค์กร มีการพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง และมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ฯลฯ แต่เมื่อพิจารณาผู้ตามของไทยก็จะพบว่า ผู้ตามส่วนใหญ่จะมีลักษณะขาดความเป็นตัวของตัวเองและความกล้าในการตัดสินใจ มักจะผลักภาระให้ผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผู้นำ ย่อหย่อนในเรื่องความรับผิดชอบ ใช้อารมณ์ ความรู้สึก และกระแส มากกว่าเหตุผล รวมทั้งมีลักษณะของอำนาจนิยม
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทยทุกวันนี้ นั้นเป็นเพราะผู้นำของเราขาดภาวะผู้นำ หรือผู้ตามของเราขาดภาวะผู้ตามกันแน่ และอย่างไหนคือปัญหาที่หนักกว่ากัน ?
ท้ายคอลัมน์วันนี้ เป็นจดหมายจากแฟนคอลัมน์ คือ คุณแสงจันทร์ สุคนธ์ไชยวงศ์ รพ.แพร่ อ.เมือง จ.แพร่ บอกอยากชมการแสดงหุ่นเรื่อง “ตะเลงพ่าย” ของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต มาก แต่เพราะความที่อยู่ต่างจังหวัด จึงอยากทราบว่าจะมีการนำมาออกอากาศทางทีวีบ้างหรือไม่...ซึ่งคำถามนี้ผมขอผ่านไปยัง อ.จักรพันธุ์ ครับ



