
รายงาน-สุเทพ งานเข้า !/
ในรอบสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีภารกิจเหินฟ้าไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2552
ท่ามกลางสถานการณ์หวาดเสียวที่อาถรรพณ์ 19 กันยายน 2549 ปฏิวัติโค่นอำนาจระบอบทักษิณ เวียนมาครบรอบปีที่ 3
แต่ “อภิสิทธิ์” ก็ผ่านอาถรรพณ์เลข 19 ไปได้ โดยไม่มีเหตุรุนแรงบานปลายแต่อย่างใด ในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศโค่นระบอบ “อำมาตยา สถาปนารัฐไทยใหม่”
กระนั้น ถึงแม้ว่า “อภิสิทธิ์” จะไม่อยู่เมืองไทย แต่เจ้าตัวได้เตรียมต่อสายโฟนอินมาให้สื่อสัมภาษณ์สถานการณ์การเมืองเป็นระยะๆ ในวันที่ 22-23-24 และ 26 กันยายนนี้
ยิงตรงตั้งแต่เวลา 08.00-09.00 น. มายังตึกนารีสโมสร !
ขณะที่งานบัญชาการประเทศได้มอบหมายให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทน
เรียกว่า “งานเข้า” จริงๆ !
เพราะเจอปัญหาจ่อคอหอยหลายต่อเรื่องด้วยกัน ไล่นับแต่เรื่องน่าอเนจอนาถใจที่สุดเมื่อคนไทยต้องมาฆ่ากันให้กัมพูชาดู
หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย วีระ สมความคิด พาประชาชนร่วม 3,000 คน เดินทางไปทวงแผ่นดินไทย 4.6 ตารางกิโลเมตร บริเวณเขาพระวิหารคืนจากประเทศกัมพูชา จนเกิดการปะทะกับชาวบ้านที่นั่น
จึงต้องจับตาดูการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นว่า “สุเทพ” จะโชว์ฝีไม้ลายมือออกมาให้เห็นอย่างไร หลังจากที่มีการกระชับสัมพันธ์กับ “ฮุน เซน” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
จากปัญหาร้อนๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน หันมาที่ปม "ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล"
หลังจากที่ “อภิสิทธิ์” หาทางต่อลมหายใจรัฐบาลด้วยการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนจะมีข้อเสนอนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.3 พร้อมทั้งขอมติจากประชาชนก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทำเอาพรรคร่วมรัฐบาลออกมาฮึ่มๆ แสดงท่าทีไม่พอใจ ลุกขึ้นมา “ทวงสัญญาใจ” กับ “สุเทพ” ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลที่ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่าจะยอมแก้ไข
ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่าในช่วงที่ “อภิสิทธิ์” ไม่อยู่ “สุเทพ” จะงัดไม้เด็ดอะไรมากระชับความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล
หลังจากออกมาข่มขู่อย่างหนักอีกครั้งว่า หากไม่มีการแก้ไขในสมัยนี้ ก็ตัวใครตัวมัน !!!
เพราะขณะนี้ฟากของ “สภาสูงสายเลือกตั้ง” ก็ออกมาเคลื่อนไหวปฏิเสธข้อเสนอของ “อภิสิทธิ์”
โดยเตรียมประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 23 กันยายนนี้ เพื่อกำหนดจุดยืนและเดินหน้าแก้ไข 6 ประเด็นตามข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์
ในขณะที่ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ก็เตรียมนัดถกวิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ เพื่อปรับจูนแนวคิดทั้งหมดให้ตรงกันก่อน
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนาทีนี้คือ “วิปฝ่ายค้าน” และ “วิปวุฒิฯ” ต่างประสานเสียงเมินข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาล โดยยื่นคำขาดต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นเท่านั้น
เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลประสานเสียงกับฝ่ายค้านและวุฒิสภาสายเลือกตั้ง มีหวังงานนี้เสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลระส่ำแน่ๆ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น “สุเทพ” ต้องฝ่าด่านในพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ก่อน เพราะยามนี้ภายในพรรคเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จึงต้องหาทางยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการเปิดทางแก้ไขเฉพาะมาตรา 291 ที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.3
พร้อมทั้งคลอดโมเดล ส.ส.ร.3 ประกอบด้วย ส.ส.ร.ปี 2540 จำนวน 25% ส.ส.ร.ปี 2550 จำนวน 25% นักวิชาการ 25% และสมาชิกรัฐสภา 25%
จึงต้องจับทิศทางลมของ “สุเทพ” ให้ดีว่าจะหาทางออกอย่างไร
สุดท้ายต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ 21 กันยายนนี้ “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” เตรียมออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตกล้ายางพาราของ “ครม.ทักษิณ”
ที่มี “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญ !
แม้ครั้งนี้ผู้ต้องหาจะมาไม่ครบ แต่ศาลฎีกาฯ ก็สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้
แว่วมาว่า “เนวิน” มีสิทธิ์ลุ้น ไม่เช่นนั้นคงไม่ขนระดับแกนนำเตรียมไปให้กำลังใจกันถึงศาล ก่อนที่จะมีการนัดฉลองอีกครั้งในเย็นวันที่ 22 กันยายนนี้
งานนี้ไม่ว่าผลจะออกมาว่า “หลุด” หรือ “ไม่หลุด” ก็ล้วนมีผลต่อสถานการณ์การเมืองไทยในระยะเวลาอันใกล้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !!!
บัญชา แข็งขัน



