ข่าว

กนอ.ผุด ‘สมาร์ทพาร์ค’ดันอุตฯไฮเทค

กนอ.ผุด ‘สมาร์ทพาร์ค’ดันอุตฯไฮเทค

18 ส.ค. 2560

กนอ.ผุด ‘สมาร์ทพาร์ค’ดันอุตฯไฮเทค

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ได้มอบนโยบายในหัวข้อสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1. ให้ กนอ. พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนฐานการเจริญใหม่ให้กับชุมชนในพื้นที่รอบนิคมฯ โดยการพัฒนานิคมฯจะต้องสอดรับกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล และตอบโจทย์ต่อความต้องการพัฒนาในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป หรือธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อสร้างฐานความเจริญและพัฒนาบุคลากรเชื่อมโยงกับท้องถิ่น และการพัฒนาเอสเอ็มอี 

และ2. ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในพื้นที่นิคมฯ โดยต่อจากนี้ การออกแบบนิคมฯจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพให้มากขึ้น เช่น การสร้างโรงงานสำเร็จรูปสำหรับเอสเอ็มอี การสร้างศูนย์ Co-Working Space ให้เป็นพื้นที่สำหรับเอสเอ็มอีในการสร้างสรรผลิตใหม่ๆ ที่จะมีอุปกรณ์ต่างๆรองรับ ซึ่งได้ประสานงานกับเซ็นทรัลแล็บมาช่วยทำการทดสอบมาตรฐานต่างๆ

“ได้มอบหมายให้ผู้ว่า กนอ. เร่งจัดทำแผนการพัฒนานิคมฯให้สอดรับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและพื้นที่ กับแผนการพัฒนาเอสเอ็มอี ให้เสร็จภายใน 60 วัน รวมทั้งการประสานงานกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ต่างๆที่มีนิคมฯ ให้ทำงานร่วมกับในการพัฒนาเอสเอ็มอี รวมทั้งยังได้ให้ กนอ. ขยายมุมมองการพัฒนาในมิติต่างประเทศ เพิ่มความร่วมมือระหว่างนิคมฯชายแดนทั้ง 10 แห่ง กับนิคมฯของประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี”

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ. ได้จัดสรรพื้นที่ 1,466 ไร่ ในนิคมฯมาบตาพุด พัฒนาให้เป็นสมาร์ทพาร์ค โดยจะดึงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไปตั้งโรงงาน เช่น อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ และยา ซึ่งได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้ 150 ไร่ ที่ผ่านมาได้หารือกับสมาคมอุปกรณ์การแพทย์ในการร่วมพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ บ.พีทีที พีแอล บริษัทลูกของ ปตท. ในการพัฒนาระบบโลจิสติกเชื่อมโยงระหว่างประเทศใช้พื้นที่ 105 ไร่ และร่วมกับซีพี ในการสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตร ซึ่งจะมีห้องเย็น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรองรับ บนพื้นที่ 50 ไร่ ซึ่งจะบริหารงานในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อให้คนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับราคาสินค้าเกษตร และต่อยอดไปสู่การส่งออกทางอากาศผ่านสนามบินอู่ตะเภา

สำหรับการพัฒนาสมาร์ทพาร์ค จะใช้งบก่อสร้างประมาณ 4 พันล้านบาท สูงกว่านิคมฯทั่วไปที่ใช้งบประมาณในการพัฒนา 2 พันล้านบาท เนื่องจากในสมาร์ทพาร์ค จะเป็นนิคมฯต้นแบบที่จะมีระบบสาธารณูปโภคน้ำร้อน น้ำเย็น และสายไฟฟ้าทุกอย่างลงใต้ดินทั้งหมด และมีรถรางไฟฟ้าขนส่งในพื้นที่ ลดการใช้รถยนต์ รวมทั้งอาคารโรงงานจะต้องได้มาตรฐานอาคารสีเขียว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ การทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561-2562 จากนั้นจะเปิดให้บริการในปี 2563

สำหรับภาพรวมการขายและให้เช่าพื้นที่นิคมฯทั่วประเทศในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณ 2560 มีพื้นที่ 2,160 ไร่ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 1,950 ไร่ หรือคิดเป็น 90% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.02 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าลงทุน 6.7 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่ามีโครงการขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น มูลค่าลงทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เป็นผลจากประชาสัมพันธ์และการชักจูงการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย กนอ. มั่นใจว่ายอดขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ 3 พันไร่