
แกะรอย..."ฆ่า"ผู้ช่วยพยาบาลสาว
เกือบสัปดาห์แล้วที่ ...น.ส.ศิริวรรณ หรือ เล็ก ทำจะดี อายุ 29 ปี ผู้ช่วยพยาบาล แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี ถูกคนร้ายบุกเข้าภายในห้องพักดี 2 ชั้น 4 ภายในหอพักไม่มีชื่อ เลขที่ 29/200 ซ.คุณพระ หมู่ 5 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แล้วลงมือทำร้ายร่
ร่างที่ไร้วิญญาณของเธอนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ถูกมัดมือด้วยกางเกงสีขาว ขาทั้งสองข้างถูกมัดด้วยสายสะพายกระเป๋าหนัง มีผ้าห่มสีแดงคลุมใบหน้า ตามร่างกายเป็นแผลและมีรอยเขียวช้ำจากการถูกบีบคอจนกระดูกคอหัก พบรอยเขียวช้ำบริเวณสะโพก แขนซ้าย ซึ่งแพทย์ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิต เพราะขาดอากาศหายใจไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง แต่ไม่มีร่องรอยการถูกข่มขืน ส่วนการตรวจสอบในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน มีเพียงแต่รอยต่อสู้บนที่นอนเท่านั้น
นั่นหมายความว่า ก่อนเหยื่อจะออกไปทำงานตามปกติ แต่เจอคนรู้จักก็เลยเปิดประตูให้...จนนำไปสู่คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ !?!
คดีฆาตกรรมรายนี้ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สั่งการให้ พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ควบคุมการสืบสวน ซึ่งนำทีมสืบสวนโดย พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และ พ.ต.ท.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ สว.สส. พร้อมฝ่ายสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน
โดยทีมสืบสวนพยายามวิเคราะห์อุปนิสัยของเหยื่อ รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ จึงตั้งเป้าแกะรอยไล่ล่าคนร้ายไว้ 2 กลุ่ม คือบุคคลในหอพัก และบุคคลใกล้ชิด ที่มีส่วนรู้เห็นในคดี!!
หลังจากทราบอุปนิสัยของ น.ส.ศิริวรรณ จากญาติและเพื่อนสนิทที่มาให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ทราบว่า เหยื่อรายนี้มีอุปนิสัยเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก ส่วนเวลาทำงานจะมาและกลับตรงเวลาเสมอ และหลังเลิกงานจะกลับหอพักที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงพยาบาลทันที นอกจากนี้เวลาใครมาหาที่ห้องพักมักจะสอบถามก่อนเปิดประตูห้องให้ผู้ที่มาหาเข้ามาข้างใน อีกทั้งพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่าเหยื่อมักมีปากเสียงกับเพื่อนชายค่อนข้างบ่อย แต่พยานก็ไม่ได้สนใจมากนัก
นอกจากนี้ คำให้การของเพื่อนชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต อ้างว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันหยุดของ น.ส.ศิริวรรณ จึงเดินทางมาพบที่ห้องพักเวลาประมาณบ่ายโมงและกลับไปตอนบ่าย 3 โมง โดยไม่ได้มีเหตุโกรธเคืองกันหรือทะเลาะกันแต่อย่างใด และเช้าวันเกิดเหตุได้โทรศัพท์มาคุยกับ น.ส.ศิริวรรณ ซึ่งบอกว่ากำลังแต่งตัวจะไปทำงานตามปกติก่อนจะวางสายไป จนกระทั่งเวลาบ่าย 2 โมง น.ส.มริดา จำพันธ์ เพื่อนร่วมงาน น.ส.ศิริวรรณโทรศัพท์มาบอกว่า น.ส.ศิริวรรณ ยังมาไม่ถึงโรงพยาบาล จึงรีบเดินทางมาดูพบว่าประตูห้องถูกล็อกมาจากข้างในจึงเคาะประตูเรียกอยู่นาน แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปพบว่าน.ส.ศิริวรรณ ถูกฆ่ามัดมือมัดเท้าเสียชีวิตไปแล้ว
ด้านทีมสืบสวนได้ตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ ว่าหลังเกิดเหตุหากคนร้ายล็อกประตูจากด้านใน คนร้ายจะออกจากห้องทางใด ทั้งที่หอพักสูง 6 ชั้น ห้องเกิดเหตุอยู่ชั้น 4 ถือว่าค่อนข้างสูง ที่สำคัญกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณชั้นล่างไม่สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ หรืออาจมีทางเป็นไปได้ที่คนร้ายลงมือฆ่าเหยื่อเสร็จออกจากห้องเกิดเหตุแล้วล็อกประตูเดินลงมาชั้น 2 ของหอพักแล้วปีนออกนอกหน้าต่างชั้นสอง ทำให้กล้องวิดีโอวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้
“คดีนี้ต้องสืบสวนสอบสวนให้ได้พยานหลักฐานที่ชัดเจน ตอนนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนเรียกสอบผู้ที่เข้าออกภายในหอพักก่อนที่เหยื่อจะถูกฆ่า พร้อมเรียกผู้ใกล้ชิดกับผู้ตายที่คบหากันมาสอบสวนด้วย และได้ทำหนังสือทางราชการขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ พบว่าโทรศัพท์ของเหยื่อรับสายครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 16 กันยายน และโทรศัพท์ออกช่วงเช้าวันที่ 17 กันยายน ก่อนจะถูกฆ่าตาย เชื่อว่าคดีนี้น่าจะคลี่คลายได้ไม่ยากนัก” พล.ต.ต.วิทยา บอกกับ "คม ชัด ลึก"
พล.ต.ต.วิทยา ยังบอกอีกว่า เหยื่อรายนี้มีอุปนิสัยใจคอดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนใกล้ตัว ทั้งนี้ เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาเหยื่อเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า และมาคบหากับเพื่อนชายซึ่งเป็นอาจารย์ได้ประมาณ 4-5 เดือน แต่ต้องสอบสวนเพิ่มว่า น.ส.ศิริวรรณมีแฟนหรือเพื่อนชายคนอื่นหรือไม่ และอีกประเด็นอาจจะเป็นการชิงทรัพย์ คนร้ายเข้ามาเจอเหยื่อพอดีจึงเกิดการต่อสู้กันและถูกฆาตกรรมในที่สุด



