
แก๊งอุ้มรีดเงินล้านเสี่ยการบิน นอนคุกชั้นฝากขัง
ตร.โคกคราม คุม "จ่าต้อย-จ่ายักษ์" แก๊งคนมีสีอุ้มรีดเงิน 2 ล้านเสี่ยการบิน ฝากขังครั้งแรก หลังถูกจับ 15 ส.ค. พร้อมค้านประกันกลัวหนี-ยุ่งหลักฐาน
17 ส.ค. 60 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.วิทยา คงทอง พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ได้ควบคุมตัวนายฐิติกร หรือจ่าต้อย ชื่นอุรา อายุ 37 ปี ชาวบุรีรัมย์ และนายอุทิศ หรือจ่ายักษ์ ก่อแก้ว อายุ 50 ปี ชาว กทม.สารวัตรทหารนอกราชการ แก๊งคนมีสีอุ้มรีดทรัพย์ 2 ล้านบาทนักธุรกิจการบิน ผู้ต้องหาที่ 1-2 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1814/2560 และ1813/2560 ลงวันที่ 10 ส.ค.60 มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 -28 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร โดยพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองด้วย เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยตัวไปแล้วจะหลบหนี และอาจจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 นายฐิติกร ผู้ต้องหาที่ 1 ได้แต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ สังกัด กอ.รมน. พร้อมนายอุทิศ ผู้ต้องหาที่ 2 และพวกซึ่งแต่งชุดลายพรางทหารบกรวมประมาณ 10 คน ได้บุกรุกเข้าไปในบริษัท คันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด ตั้งอยู่ ซ.นวลจันทร์ 34 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. แล้วได้นำเอกสารอ้างกับนายสุรชัย แซ่ย่าง เจ้าของบริษัทฯ ว่าได้ตรวจสอบประวัติแล้วเป็นบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนปลอม ก่อนพาขึ้นรถยนต์ไปพบ "นาย" ซึ่งหมายถึง พล.ต.จรูญ อำภา สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง
เมื่อไปพบกับ พล.ต.จรูญ ก็บอกให้นายสุรชัยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ พูดเสร็จแล้ว พล.ต.จรูญ ก็เดินออกไป จากนั้นผู้ต้องหากับพวกได้บังคับข่มขู่เรียกเอาเงินจากนายสุรชัยเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งนายสุรชัยได้มอบเงิน 1 ล้านบาทให้กลุ่มผู้ต้องหา และวันที่ 17 ก.ค.60 ยังได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ชื่อนายโอภาส ศรียา (หนึ่งในผู้ต้องหาที่ฝากขังแล้ว) อีก 1 ล้านบาท
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสอง ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการสอบสวนสวนสืบสวนทราบว่า ก่อนลงมือก่อเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาได้มาดูลาดเลาสถานที่เกิดเหตุ และร่วมกันประชุมวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องทั้งสอง ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น และร่วมกันเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209, 309 วรรคสอง , 310 , 310 ทวิ , 337 ,362 ,365 (2) ชั้นสอบสวนนายฐิติกรหรือจ่าต้อย และนายอุทิศหรือจ่ายักษ์ ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เหตุเกิดที่บจก. คันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ เขตบึงกุ่ม กทม.
ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองได้ตามคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนเมื่อสิ้นสุดเวลาทำการของศาล ในเวลา 16.30 น. ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อจะขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งสองแต่อย่างใด ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัวนายฐิติกรหรือจ่าต้อย และนายอุทิศหรือจ่ายักษ์ ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ระหว่างการฝากขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนจับกุมตัวได้ทั้งสิ้น 8 ราย โดย 5 ราย คือพล.ต.จรูญ อำภา , จ.อ.ทรงวุฒิ เที่ยงธรรม ,จ.อ.เทพพิทักษ์ รัดทะนี , จ.อ.เสาวเดช ศักดิ์กิตตินันท์ ,จ.อ.อภิวัฒน์ ศรีนะพรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่1815,1810,1809,1807,1808/2560 ก็ได้ถูกจับกุมตัวในวันที่ 10 ส.ค. แต่ได้รับการปล่อยชั่วคราวไปในชั้นสอบสวน
ส่วน พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์หรือนายณัฐกฤษต์ ยุทยา อายุ 42 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ,นายโอภาส ศรียา อายุ 39 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ และนายโก เทช ชุน (Mr.Goh Teck Chuan) อายุ 49 ปี สัญญาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับเช่นกัน พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ได้คุมตัวยื่นฝากขังครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ และนายโก เทช ชุน ชาวสิงคโปร์ ได้ประกันตัวไประหว่างการฝากขัง โดยศาลอาญา ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต และในส่วนของนายโก เทช ชุน ยังถูกยึดหนังสือเดินทาง (เล่มพาสปอร์ต) ไว้ด้วย.



