
เตรียมยื่นหลักฐานตรวจสอบคุณสมบัติเอกชนร่วมประมูลข้าว
เตรียมยื่นหลักฐานตรวจสอบคุณสมบัติเอกชนร่วมประมูลข้าว
“ทีพีเค เอทานอล” เตรียมยื่นหลักฐานร้อง “กรมการค้าต่างประเทศ” ภายในสัปดาห์หน้า ตรวจสอบคุณสมบัติเอกชนร่วมประมูลข้าวที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภค หลังพบพิรุธผ่านคุณสมบัติแต่ไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งโรงงาน ขณะกรมการค้าต่างประเทศ" ยันกระบวนการประมูลข้าว มีคณะทำงานตรวจสอบคุณสมบัติผู้ร่วมประมูลครบถ้วน ลั่นหากมีหลักฐานสามารถแย้งได้โดยตรง พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย
นายสุเมธ เลิศตันติสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด เปิดเผยถึงกรณีความไม่เป็นธรรมจากการเข้าร่วมประมูลซื้อขายข้าว ตามโครงการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาล โดยระบุว่า ภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีที่บริษัท ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสตอกรัฐ และกรมการค้าต่างประเทศ กรณีที่ตัดสิทธ์บริษัทไม่ให้เข้าร่วมประกวดราคา การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน บริษัทเคารพในการตัดสินดังกล่าว แต่ถ้าถามว่าเห็นด้วยไหม ก็ไม่เห็นด้วย
ซึ่งหลังจากมีกรณีความไม่ชอบธรรมเกิดขึ้นกับการประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาล บริษัทจึงเร่งตรวจสอบกระบวนการเปิดประมูล พร้อมทั้งตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ผ่านเกณฑ์ให้เข้าร่วมประกวดราคา ว่ามีกรณีถูกตัดสิทธิ์เช่นเดียวกับบริษัทหรือไม่ ส่งผลให้พบข้อมูลพิรุธจากกระบวนการเปิดประมูลข้าวในครั้งนี้ โดยเฉพาะข้าวกลุ่มที่เข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน เนื่องจากพบข้อมูลเบื้องต้น มี 2 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และชนะการประมูลข้าวบางส่วน แต่กลับยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงงาน (ร.ง.4)
“การออกมาชี้แจงข้อมูลผ่านสื่อครั้งนี้ เพราะเราต้องการถามหาความชอบธรรม เมื่อมีเอกชนที่ชนะการประมูลแต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานตามทีโออาร์กำหนด กลับถูกได้รับการยกเว้น อนุมัติให้ซื้อข้าวได้ แต่ทางบริษัทเรากลับถูกตัดสิทธิ์ ตามที่ คต.กล่าวอ้าง คือ มีกรณีที่มีกรรมการเก่าที่เคยถูกแบล็คลิสต์ จาก คต.ยังติดชื่ออยู่ แม้จะไม่มีหุ้นเลย ก็ถูกยกมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งส่วนนั้นก็พอเข้าใจ แต่เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการประมูลข้าวกลุ่มที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน ก็ยังมาตัดสิทธิ์ออก อันนี้ไม่ทราบเกณฑ์การตัดสิทธิ์”
นายสุเมธ ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่บริษัทรวบรวมมาเบื้องต้น ได้ข้อมูล 2 บริษัท และอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งให้ คต.พิจารณาภายใน 7 วันหลังจากนี้ ซึ่งมั่นใจว่าจะมีข้อสังเกตลักษณะคล้ายๆ กันกับบริษัทที่เหลือหลังจากนี้อีก แต่อย่างไรก็ดียอมรับว่าข้อมูลที่ได้มาอาจไม่สามารถชี้ชัดความชอบธรรมได้ทั้งหมด เพราะบริษัทก็ไม่ได้อยู่ในวงการค้าข้าว แต่ต้องการให้ภาครัฐชี้แจงข้อมูลให้ชัดเจน โปร่งใส เพื่อตอบคำถามที่ว่า ใครกันแน่ทำให้รัฐเสียหาย
นอกจากนี้ บริษัทยังต้องการถามหาความชอบธรรม และทวงสิทธิ์ที่ควรได้รับ 3 ส่วน คือ การเป็นผู้ชนะประมูลข้าว กลุ่ม 3 ที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ รวมไปถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลซื้อขายข้าวในครั้งต่อไป และขอถามหาความชอบธรรมต่อกระบวนการระบายข้าวของรัฐบาล ทั้งนี้บริษัทยังมีความสนใจเข้าร่วมประมูลข้าวสต็อกรัฐในครั้งต่อไป หากว่ามีการกำหนดทีโออาร์อย่างชัดเจน และไม่ตัดสิทธิ์บริษัทเหมือนที่ผ่านมา
ด้านนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงข้อเท็จจริงกรณีการประมูลข้าวไปสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่คนบริโภค ในประเด็นของขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลว่า การตรวจสอบเอกสารหลักฐานของผู้ยื่นประมูลเสนอซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐในการประมูลทุกครั้งจะดำเนินการโดยคณะทำงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย รวมทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมโรงงานอุตสาหกรรม
โดยจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ผู้เสนอยื่นมา ณ วันที่กำหนดให้ยื่นเอกสารหลักฐาน เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด ก็จะประกาศรายชื่อให้เข้าร่วมประมูลได้ การตัดสิทธิ์เอกชนบางราย เนื่องจากตรวจพบว่ารายนั้นคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพบในวันที่ยื่นเอกสารหรือพบในภายหลังก็ตาม
นอกจากนี้ การลงพื้นที่ตรวจสอบการนำข้าวไปใช้ในอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการรั่วไหลเข้าสู่ระบบการค้าปกติ คณะกรรมการ นบข. มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) เป็นหน่วยปฏิบัติในการจัดมาตรการและตรวจสอบติดตามให้มีการนำข้าวดังกล่าวไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ผู้ซื้อแจ้งไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากผู้ใดมีหลักฐานว่าผู้ที่ชนะการประมูลไม่ปฏิบัติตามสัญญามีการนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็สามารถส่งหลักฐานให้ทางราชการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้



