ข่าว

"ศุกรีย์"ลาเพาะกาย
ธุรกิจส่งออกรัดตัว

"ศุกรีย์"ลาเพาะกาย ธุรกิจส่งออกรัดตัว

20 ก.ย. 2552

ธุรกิจครอบครัวรัดตัว "ศุกรีย์ สุภาวรีกุล" ลาเก้าอี้พ่อบ้านสมาคมเพาะกาย และกรรมการบริหารสหพันธ์เอเชีย หลัง 5 ปีที่ผ่านมาทุ่มเทอย่างหนักจนไม่มีเวลาดูแลธุรกิจจนเกิดปัญหา


  ศุกรีย์ สุภาวรีกุล เลขาธิการสมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังความสำเร็จของนักเพาะกายทีมชาติไทยในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียประจำปี 2009 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ด้วยการคว้ามาได้ 14 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง ซึ่งถือว่า เป็นหน้าที่งานสุดท้ายของตัวเองที่ทำให้สมาคม ล่าสุดได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการสมาคมให้นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ นายกสมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับตำแหน่งกรรมการบริหารสหพันธ์กีฬาเพาะกายแห่งเอเชีย (เอบีบีเอฟ) ได้แจ้งและยื่นหนังสือลาออกต่อนายโอซามา อัลห์เหม็ด อัล ซาฟาร์ ประธานเอบีบีเอฟชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เช่นเดียวกัน


 "แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านก็ตาม เนื่องจากกีฬาชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยมไปด้วยดีในบ้านเรา และผมเองก็มีความรู้ความสามารถคลุกคลีอยู่กับกีฬาชนิดนี้มานานนับสิบปี ได้เข้ามาทำหน้าที่แม่บ้านสมาคมตั้งแต่ปลายปี 47 จนถึงทุกวันนี้กว่า 5 ปีแล้ว พานักเพาะกายไทยเดินทางตระเวนแข่งขันไปทั่วโลก โดยเฉพาะการคว้าแชมป์โลกของ "เจ้าโอ๋" สิทธิ เจริญฤทธิ์ ในรุ่นน้ำหนัก 80 กก. ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานในความสำเร็จ รวมไปถึงนักกีฬาคนอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาผมได้ทุ่มเทให้กีฬาชนิดนี้มามาก จนทำให้ไม่มีเวลาไปดูแลธุรกิจส่งออกของตัวเอง จนทำให้ครอบครัวตำหนิต่อว่า พร้อมกับให้สัญญาว่า หลังจบศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชียจะลาออกทันที จึงนำเรื่องดังกล่าวปรึกษาทางนายกสมาคม ท่านก็เข้าใจดีและไม่คัดค้านอะไร"


 อดีตเลขาธิการสมาคม กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามการตัดสินใจครั้งนี้ลำบากมาก แต่เมื่อต้องเลือกก็ต้องเลือกครอบครัวตัวเองไว้ก่อน ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับผู้ใหญ่ในสมาคม ทุกคนยังรักและให้ความเคารพกันดีอยู่ แต่ตัวเองไม่มีเวลาดูแลธุรกิจที่บ้านจริงๆ เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ หากไม่เข้าไปทำด้วยตัวเองอาจเกิดปัญหาได้ จึงอยากหลีกทางให้คนที่มีเวลามาทำหน้าที่ตรงนี้แทน ล่าสุด นายภัคพงษ์ ได้แต่งตั้งให้ น.ส.พูนสุข วิรยศิริ เหรัญญิก และผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมมาทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการสมาคมแทนแล้ว
 "ผมไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไรกับผู้ใหญ่ในสมาคมจนต้องลาออกจากตำแหน่งนี้ แต่หลายปีที่ผ่านมาผมได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ จนไม่มีเวลาดูแลธุรกิจส่งออกและนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเลย ทำให้ทางบ้านตำหนิเอาได้ แถมยังขู่ว่า หากผมไม่เข้าไปดูแลอนาคตอาจเกิดปัญหาได้ ซึ่งผมก็ได้นำเรื่องทั้งหมดไปปรึกษานายกสมาคมแล้ว ซึ่งท่านก็เข้าใจดีและให้ผมไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ หากธุรกิจทุกอย่างอยู่ตัวแล้วจะกลับมาช่วยงานสมาคมก็ยินดีต้อนรับ แม้ว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะลำบากก็ตามแต่ผมก็ต้องเลือกงานธุรกิจครอบครัวที่เลี้ยงคนอีกหลายชีวิตเอาไว้ก่อน" ศุกรีย์ กล่าวทิ้งท้าย