
โฆษกทบ.ยันชายแดนไทย-เขมรไม่บานปลาย
กองทัพลดกำลังลง 1 ใน 3 ตรึงทำเนียบรัฐบาล เชื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ไม่ประมาทตั้งจุดตรวจทั่วเขตดุสิตเช่นเคย
(20ก.ย.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กล่มพันธมิตรชุมนุมเพื่อทวงคืนสิทธิในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรบนเขาพระวิหารว่า เรื่องนี้น่าจะคลี่คลายไปแล้ว โดย พล.ต.เชาวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้จัดรถบัสทหารไปรับตัวแทนกลุ่มพันธมิตรที่สันติอโศกตั้งแต่เวลา 09.30 น. เพื่อเดินทางขึ้นไปประกาศเจตนารมย์บนพื้นที่บริเวณผามออีแดง และกลุ่มดังกล่าวได้ดำเนินการตามเจตนารมย์เสร็จสิ้นไปตั้งแต่เวลา 11.30 น. แล้ว ซึ่งทุกอย่างน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ส่วนเรื่องคดีความเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากมีผู้กระทำความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีในการปะทะกันระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ส่วนกำลังทหารไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับกำลังทหารของกัมพูชา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณพื้นที่ของฝ่ายไทย ซึ่งเรามีกำลังทหารดูแลอยู่ เชื่อว่า สถานการณ์ไม่น่าจะบานปลาย
กองทัพลดกำลังลง1ใน3ตึงทำเนียบเชื่อสถานการณ์คลี่คลาย
พล.ต.ดิฎฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พรบ.) ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 18 - 22 กันยายนนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าครบกำหนดตามที่ พรบ.ความมั่นคง ประกาศใช้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีอะไรยุ่งยาก อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งผู้ชุมนุมก็ยอมรับกติกาปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ได็มีการศึกษาการใช้แผนรักษาความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแผนและการดำเนินการจะปฏิบัติจนกว่าจะมีการยกเลิกคำสั่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรายงานอะไรที่ผิดสังเกต
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ว่า พรบ.ความมั่นคง ไม่มีอะไรที่เลวร้าย เราใช้เพื่อป้องกันเหตุร้ายเท่านั้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ ท่านเข้าใจแผนการปฏิบัติดีแล้ว และคิดว่า ขณะนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีการตรวจตราพื้นที่ชุมนุม เพื่อเป็นการตรวจซ้ำในพื้นที่ป้องกันการสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์ เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกกองทัพบก และในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงการปฏิบัติงานของ ศอ.รส. ภายหลังเสร็จสิ้นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ กำลังทหารกำลังอยู่ระหว่างการลดอัตราลงในวันที่ 20 กันยายนนี้ โดยให้คงกำลังทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลเหลือเพียง 1 ใน 3 และในวันพรุ่งนี้คงจะลดน้อยลงไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งจุดตรวจร่วมกันทั้งตำรวจและทหารในพื้นที่เขตดุสิต เพื่อตรวจตราและรักษาความสงบให้กับประชาชน ซึ่งกำลังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่จะลดลงและหมดไป จนกว่าจะครบกำหนดตามที่ประกาศใช้ พ.รบ.ความมั่นคง
ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติม นอกจากนี้ การปฏิบัติที่ผ่านมาก็ราบเรียบดีไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า หน่วยข่าวได้มีการรายงานกลุ่มป่วนการชุมนุมในคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า มีข้อมูลข่าวว่า จะมีการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เร่งตรวจสอบ โดยพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางไว้อยู่บริเวณใต้กินนรีบนถนนราชดำเนินนอก แต่จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าไม่ใช่วัตถุระเบิด เป็นการเข้าใจผิดของผู้แจ้งเข้ามา
ทั้งนี้ เชื่อว่า สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติไม่น่าจะมีอะไร และ ศอ.รส. ไม่ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการอะไรเป็นพิเศษ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรเป็นพิเศษในระหว่างเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม กอ.รมน. เพื่อทำความเข้าใจในแผนรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และถามถึงอาวุธที่ใช้เกรงว่าอาวุธที่ใช้จะหมดอายุ ซึ่งท่านไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบรัฐบาลยังคงมีการสนธิกำลังทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากา รวมถึงกำลังตำรวจ ตั้งจุดตรวจรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกำลังทหารประมาณ 10 กองร้อย จากกองทัพภาคที่ 1 ยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงที่มีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง



