ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์
แม้ไม่ได้มากราบพระบรมศพที่วังแต่กราบหน้าทีวีทุกครั้งเมื่อดูข่าวพระราชสำนัก
วันที่ 16 สิงหาคม 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวังซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย์เดช เพื่อน้อมถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 287 ยังคงมีประชาชนทุกสาขาอาชีพจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบตั้งแต่เช้ามืด
นายสพโชค-นางจันทนา บุญญแพทย์
เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยมาโดยตลอด จึงตั้งใจว่าสักครั้งในชีวิตต้องมากราบพระบรมศพ สองสามีภราย นายสพโชค บุญญแพทย์ อายุ 49 ปี อาชีพวิศวกร บริษัทอีซูวุเทคนิคคัลเซ็นเตอร์เอเซีย และนางจันทนา บุญญแพทย์ อายุ 47 ปี จึงพาลูกๆ มาในวันนี้กราบพระบรมศพ
โดย นายสพโชค บุญญแพทย์ เล่าว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองและเพื่อนพนักงานในบริษัทจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลมาแล้ว แต่ก็ตั้งใจว่าอยากพาภรรยาและลูกๆ มาถวายสักการะพระบรมศพพร้อมกันทั้งครอบครัวให้ได้สักครั้งจึงมาในวันนี้ ทั้งนี้เจ้าตัวเล่าว่าได้น้อมนำบางส่วนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น การพยายามทำตัวเองให้เป็นคนดีของสังคมโดยไม่เบียดเบียนคนอื่น การใช้สติและมีเหตุมีผลในการแก้ไขปัญหาให้ตรงประเด็น เพราะหากแก้ไขไม่ตรงประเด็นอาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีกก็ได้
ฝ่ายแม่บ้าน นางจันทนา บุญญแพทย์ เผยความรู้สึกหลังจากได้กราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าส่วนหนึ่งยอมรับว่าเศร้าและเสียใจที่พระองค์เสด็จสวรรคต แต่อีกใจก็ยอมรับว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมานานแล้ว คงถึงเวลาที่พระองค์ที่จะทรงได้พักแล้ว จากที่ได้เห็นการทรงงานของพระองค์ท่าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยรวมถึงทั่วโลกมาตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงราชย์มานั้น เธอเป็นอีกหนึ่งคนที่น้อมนำเรื่องการแบ่งปัน และการช่วยเหลือสังคม ตามแบบในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ตามกำลังและโอกาสของตัวเอง ขณะเดียวกันก็สอนให้ลูกๆ ให้ยึดปฏิบัติในข้อนี้เช่นกัน นอกเหนือจากเรื่องความพอเพียง
นางสาวปิยาภรณ์ จินดารักษ์
นางสาวปิยาภรณ์ จินดารักษ์ อายุ 35 ปี นักประชาสัมพันธ์และนักการตลาดอิสระ เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลังจากเข้ากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งแรก ว่าการได้เกิดมาเป็นคนไทยถือว่าตัวเองโชคดีมากแล้ว แต่การได้เกิดมาในแผ่นดินในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รู้จักพระองค์ ได้รักพระองค์ถือว่าเป็นความโชคที่สุดในชีวิต
"สำหรับตัวเองไม่ได้มองในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าเป็นพระมหากษัตริย์แต่พระองค์ทรงเป็นเหมือนพ่อ ทรงดูแลประชาชนคนไทยด้วยความรักซึ่งรับรู้ได้ว่าเป็นความรักอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ทรงทำเพียงแค่หน้าที่เท่านั้น ดังนั้น จึงคิดว่าการกราบพระบรมศพในครั้งนี้ของตัวเอง จึงไม่ใช่เป็นหน้าที่แต่เป็นจิตสำนึกที่ต้องมาแสดงความรักต่อพ่อ และถึงแม้ว่าจะมาที่วังเพียงครั้งเดียวแต่ในชีวิตประจำวัน หากมีโอกาสได้ดูข่าวพระราชสำนัก ตัวเองจะตั้งจิตอธิษฐานแล้วก้มลงกราบพระองค์ท่านผ่านทีวีทุกครั้ง นอกจากนี้ในส่วนของการดำเนินชีวิตทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวนั้น จะมองพระองค์ท่านเป็นต้นแบบเรื่องการปิดทองหลังพระ และความไม่ท้อเวลาที่ทรงทำสิ่งใดแล้วไม่มีใครเห็น ขณะเดียวกันทรงไม่เคยรับสั่งให้ใครเปลี่ยนแต่ทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง" นางสาวปิยาภรณ์ กล่าว



