
เผยพธม.ทวงคืนพระวิหารไม่กระทบสัมพันธ์
แม่ทัพภาคที่ 2 เผย เหตุการณ์ พธม.ทวงคืนพระวิหาร ไม่กระทบความสัมพันธ์ไทย - เขมร ด้าน ตร.บึงมะลู รับแจ้งกลุ่ม วีระ ถูกทำลายทรัพย์สิน ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน
(20ก.ย.) พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรทวงคืนเขาพระวิหารและกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่ออกมาต่อต้านว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนต้องขอขอบคุณทหารตำรวจ และส่วนราชการทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขสถานการณ์ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง และก็ต้องขอบคุณกลุ่ม นายวีระ สมความคิด ที่ให้ความร่วมมือในการไม่เคลื่อนขบวนขึ้นไปบนผามออีแดง ซึ่งจากการชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ล่อแหลม อันตรายหากมีการบุกเข้าไปของคนหมู่มากแล้วไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตรก็เข้าใจและให้ความร่วมมือด้วยดีทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้
พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวถึงเรื่องผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาว่า คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะก่อนที่จะเดินมาของกลุ่มพันธมิตรทวงคืนพระวิหาร ทางฝ่ายทหารได้ประสานงานไปยังผู้บัญชาการกองทัพของกัมพูชาแล้ว โดยทางฝ่ายโน้นก็เข้าใจดี แต่ขอความร่วมมือให้ทางฝ่ายไทยควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่พิพาทเนื่องจากเป็นจุดล่อแหลม และกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่ายก็มีการตรึงกำลังกันอยู่
สำหรับเรื่องการประกาศกฎอัยการศึกนั้น ได้ประกาศมาตั้งแต่ปี 2551 แล้วโดยได้ประกาศครอบคลุมอำเภอกันทรลักษ์ทั้งหมดไม่ใช่ประกาศเฉพาะบนเขาพระวิหาร แต่ในการประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้นจะเลือกประกาศเฉพาะพื้นที่เป็นกรณีๆไป
ด้าน พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพยเกสร สวญ.สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวถึงแนวทางในการดำเนินการกรณีที่ทางกลุ่มนายวีระ สมความคิดได้เดินทางไปที่ สภ.บึงมะลู เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากการถูกขว้างปาสิ่งของใส่ของกลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.)พร้อมทั้งสมาชิกเครือข่ายที่เดินทางมาร่วมทวงคืนเขาพระวิหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้นว่า เบื้องต้นจะมีการหารือกับทางผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมาดำเนินการตามขบวนการทางกฎหมาย ซึ่งทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ได้นิ่งนอนใจโดยจะเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อมาดำเนินการกับผู้กระทำผิดโดยเร่งด่วนต่อไป



