ข่าว

เผยยังไม่มีเหตุขอเลื่อนตัดสินกล้ายาง

เผยยังไม่มีเหตุขอเลื่อนตัดสินกล้ายาง

20 ก.ย. 2552

“ ทนาย ป.ป.ช. – ทนายจำเลยกลุ่ม คชก.” ปัด ข่าวลือ กลุ่มข้าราชการ – บริษัทเอกชนจำเลยร่วมขอเลื่อนตัดสินทุจริตจัดซื้อกล้ายาง 21 ก.ย.นี้อีก ขณะที่ยังไม่มีข้อมูลศาลฎีกานักการเมือง ระบุทนายยื่นคำร้องเลื่อน ส่วน “ อดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 5 ” ท

 (20ก.ย.)  นายธนากร แหวกวารี ทนายความกลุ่มกลุ่มคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) จำเลยร่วมคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้นมูลค่า 1,440 ล้านบาท กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 21 ก.ย.) เวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่สอง หลังจากเลื่อนอ่านคำพิพากษาจากวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น กลุ่ม คชก. จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาอย่างแน่นอน ไม่มีปัญหา ซึ่งจนถึงวันนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งจากบุคคลกลุ่มใดว่าจะยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษา

 ส่วนที่มีข่าวลือว่าจะมีกลุ่มข้าราชการะดับอธิบดี และกลุ่มบริษัทเอกชนจะยื่นคำร้องขอเลื่อนนั้น ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดีหากจะมีจำเลยคนใดใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องขอเลื่อน ก็ต้องเป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่ โดยการเลื่อนนัดครั้งที่ผ่านมาศาลได้กำชับให้จำเลยมาฟังคำพิพากษาอยู่แล้ว

 ขณะที่นายเจษฎา อนุจารีย์ อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการสภาทนายความ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีให้ ป.ป.ช. โจทก์ที่ยื่นฟ้องคดีนี้ กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่ทราบข่าวว่าจะมีจำเลยกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งยื่นคำร้องขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาอีก

 ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่ศาลฎีกาฯ จนถึงวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. ยังไม่ปรากฎว่ามีทนายความจำเลยมายื่นคำร้องขอเลื่อน แต่อย่างไรดีเนื่องจากศาลฎีกา ฯ นัดอ่านคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ 21 ก.ย.เวลา 14.00 น. จึงทำให้ยังมีเวลาที่ทนายความจะยื่นคำร้องขอเลื่อนได้ในช่วงเช้าก่อนถึงกำหนดอ่านคำพิพากษา ซึ่งการนัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 5 ก็ให้ทนายความยื่นคำร้องอ่านคำพิพากษาลับหลัง โดยอ้างเหตุเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บกระดูกสันหลัง ที่ประเทศสหรัฐ ฯ แต่ศาลพิจารณาแล้วให้ปรับนายประกัน 1 ล้านบาท และออกหมายจับมาฟังคำพิพากษาเนื่องจากเห็นว่า มีพฤติการณ์จงใจหลบเลี่ยงเดินทางมาฟังคำพิพากษาที่กำหนดนัดไว้ล่วงหน้าแล้ว

 ดังนั้นหากนัดฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ ยังไม่ได้ตัวนายอดิศัย จำเลยที่ 5 มาฟังคำพิพากษา หลังจากออกหมายจับและเลื่อนอ่านคำพิพากษาแล้ว 1 เดือนโดยที่ไม่มีจำเลยคนใดขอเลื่อนอีก องค์คณะ ฯ สามารถอ่านคำพิพากษาได้ทันทีตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 32 วรรคสอง ขณะที่มีรายงานแจ้งว่าหลังจากที่ศาลออกหมายจับนายอดิศัยแล้ว ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ติดตามจับตัวนายอดิศัยมาฟังคำพิพากษาแจ้งว่าพรุ่งนี้นายอดิศัย จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด

 อย่างไรก็ดีหากวันพรุ่งนี้ มีจำเลยคนอื่น ยื่นคำร้องขอเลื่อนอีก ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่องค์คณะจะร่วมกันพิจารณาว่า จะออกหมายจับปรับนายประกันจำเลยนั้น และต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาอีกหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีทุจริตจัดซื้อกล้ายาง ของกรมวิชาการเกษตรนั้น ป.ป.ช. ยื่นฟ้องจำเลย รวม 44 คนประกอบด้วย 1.กลุ่มคชก. ที่มีนายสมคิด อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คชก. เป็น จำเลยที่ 1 , นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง ที่ 2 , นายสรอรรถ กลิ่นปทุม อดีต รมว.เกษตรฯ ที่ 3 และ นายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ 5 ในฐานะกรรมการ คชก. และกลุ่มข้าราชการที่เป็น กรรมการ คชก. เป็นจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดฐาน เป็น เจ้าพนักงาน และผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ที่โทษจำคุก 1 - 10 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 20,000 บาท , เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ จัดการหรือรักษาทรัพย์สินใด ๆ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ม.151 ที่มีโทษจำคุก 5- 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000 –  40,000 บาท

 ส่วนนายเนวินอดีตรมช.เกษตรฯ ในฐานะผู้ริเริ่มรับผิดชอบโครงการ เป็นจำเลยที่ 4 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 10 , 13 และเป็น เจ้าพนักงาน และผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ที่โทษจำคุก 1- 10 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 20,000 บาท ประกอบมาตรา 83

 ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารโครงการ ( กำหนดทีโออาร์) และคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา และบริษัทเอกชน ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ เมล็ดพันธุ์ จำกัด ในฐานะผู้ชนะการประกวดราคา , บริษัท รีสอร์ตแลนด์ จำกัด ผู้ร่วมเสนอราคา และบริษัทเอกเจริญ การเกษตร จำกัด ผู้ร่วมเสนอราคา ถูกฟ้องความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4 ,10 , 11 , 12 ,13 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ที่โทษจำคุก 1- 10 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 20,000 บาท และ ผู้ใดหลอกลวงแสดงข้อความ อันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรแจ้ง เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และ 86