ข่าว

ไต้ก๋งแค้นฆ่าเมียมอบตัวแฉทิ้งลูก3ขวบไปอยู่กับชู้

ไต้ก๋งแค้นฆ่าเมียมอบตัวแฉทิ้งลูก3ขวบไปอยู่กับชู้

20 ก.ย. 2552

ไต้ก๋งเรือแค้นเมียสาวทิ้งลูกวัยแค่ 3 ขวบหนีไปอยู่กับชายชู้ ก้มกราบอ้อนวอนให้เห็นแก่ลูกยังทำเมิน จับหัวโขกกำแพง กะซวกไม่ยั้ง ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวรัดปากถุงตายคามือ ตั้งสติได้เข้ามอบตัวชดใช้กรรมแล้ว

 ความคืบหน้ากรณีนายสมชาย ศรน้อย อายุ 42 ปี แจ้งความว่า น.ส.ศิริภรณ์ ศรน้อย อายุ 22 ปี พนักงานบริษัท โมก ฆะ สะ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง บุตรสาว ถูกสามีคือ นายสันติ โกสุม หรือตุ้ม อายุ 42 ปี ไต๋เรือประมงสร้อยทองคำ 19 ฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเสียชีวิตอยู่ในห้องเช่าย่าน ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะลงเรือหนีหายออกทะเล เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2552 นั้น

 ล่าสุดเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 20 กันยายน พ.ต.ต.ปารุต สามารถ สว.สส.สภ.สัตหีบ ได้รับการประสานจากนายสันติ ไต๋เรือประมงสร้อยทองคำ 19 ผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาตัวเองเสียชีวิตว่าจะนำเรือเข้าเทียบบริเวณท่าเทียบเรืออ๊อด หมู่ 2 ต.แสมสาร เพื่อขอมอบตัว โดยมีข้อตกลงจะต้องได้รับความปลอดภัยในชีวิต กระทั่ง พ.ต.ต.ปารุต พร้อมด้วย ด.ต.รวยทรัพย์ รักอิสระ หัวหน้าตู้ยามแสมสาร ด.ต.ธวัชชัย ทับทิม เจ้าหน้าที่ประจำตู้ยามแสมสาร รุดไปรอยังจุดนัดพบซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ต้องหากำลังนำเรือเข้าฝั่งเทียบท่า

 หลังจากเรือเข้าเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ต้องหาได้จุดธูป 9 ดอก บอกแม่ย่านางเรือ เพื่อกราบขอขมาและอำลาเป็นครั้งสุดในการทำหน้าที่เป็นไต๋เรือก่อนจะเข้ามอบตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมายัง สภ.สัตหีบ เพื่อสอบสวนขยายผล

  สอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพ พร้อมเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ได้อยู่กินกับผู้ตายมานานถึง 5 ปี จนมีบุตรสาวด้วยกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข ซึ่งผู้ตายก็ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ผู้ตายจะยังสาว มีรูปร่างหน้าตาดีก็ตาม กระทั่งเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ตายขอไปทำงานโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เมื่อทำได้เพียง 1 อาทิตย์ ก็มีพฤติการณ์เปลี่ยนไป กลับบ้านไม่ตรงเวลา หาเรื่องออกจากบ้านตลอด สงสัยแอบมีชายอื่น

 กระทั่งทราบความจริงว่าผู้ตายแอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับลูกเรือประมงคนหนึ่งในช่องแสมสาร ทำให้ตนและผู้ตายทะเลาะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง กระทั่ง 1 อาทิตย์ก่อนวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขอแยกทาง ตนต้องก้มลงกราบทั้งน้ำตาเพื่อขอร้องไม่ให้ทิ้งตนและลูกสาววัย 3 ขวบ แต่ผู้ตายก็ไม่ไยดีตนและลูกสาว กลับหอบเสื้อผ้าหนีตามผู้ชายออกจากบ้านไป

 นายสันติ กล่าวว่า จนถึงวันเกิดเหตุผู้ตายเดินทางกลับมาเยี่ยมลูก ขณะที่ผู้ตายเดินเข้าบ้านจึงปิดประตูห้องและทะเลาะกับผู้ตายอย่างรุนแรง จนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ด้วยความโกรธแค้นที่หนีไปอยู่กับชายอื่น ทิ้งตนและลูกให้อยู่ตามลำพัง จึงจับศีรษะโขกกับกำแพงและพื้นห้องอย่างไม่ยั้ง แล้วหยิบมีดปลายแหลมปอกผลไม้จ้วงแทงด้านหลัง พร้อมใช้เชือกรัดคอจนขาดใจตาย จากนั้นใช้ผ้านวมห่อตัวผูกรัดด้วยเชือกฟาง และใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะรัดปากเพื่อให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแน่นอน ยอมรับว่าตั้งใจจะนำศพไปโยนทิ้งทะเลอำพรางคดี แต่คิดว่าถ้าทำไปมีแต่จะเพิ่มความผิดให้ตัวเอง จึงทิ้งศพไว้ในห้อง และขับเรือออกไปกลางทะเลเพื่อขอเวลาตั้งสติ ก่อนมอบตัวดังกล่าว