
สุริยะใสลั่น5แกนนำไม่ลอยแพกลุ่มทวงพระวิหาร
" สุริยะใส " ลั่น 5 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เคยคิดลอยแพกลุ่มทวงเขาพระวิหาร ชี้เหตุที่ " วีระ " ยอมเป็นแกนนำเเคลื่อนไหว เพราะรู้ข้อมูลมากกว่าใคร ระบุสื่อบางค่ายตีข่าวไปเอง เตรียมหารือเพื่อวางแนวทางในการเคลื่อนไหวใหญ่
(20ก.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) กล่าวถึงการเคลื่แนไหวของกลุ่มเครือข่ายประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวในนามมติของ 5 แกนนำพันธมิตรฯ ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนคนไทย ตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องพิทักษ์และหวงแหนอธิปไตยของชาติ ซึ่งการเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญต้องได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ
" การเคลื่อนไหวครั้งนี้ 5 แกนนำได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ และมีการสื่อสารกับประชาชนที่เคลื่อนไหว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมวลชนที่เคยต่อสู้กับพันธมิตรฯ มาตลอด และมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหารุนแรงอะไร หากคนของรัฐไม่ไปจัดตั้งหรือบิดเบือนปลุกระดมมวลชนเข้ามาขัดขวาง และใช้ความรุนแรงสกัดกั้นก็คงไม่เกิดความรุนแรงอะไร ส่วนที่มีข่าวบางสำนักอ้างคำสัมภาษณ์ของพล.ต.จำลอง ศรีเมือง และตัวผมทำนองว่าแกนนำลอยแพ และออกตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายวีระ สมความคิด และการเคลื่อนไหวครั้งนี้นั้น ไม่เป็นความจริง และไม่มีความขัดแย้งหรือแตกแยกกันอย่างที่ข่าวบางสำนักพยายามเสนอ ซึ่งผมได้สอบถามไปยังพล.ต.จำลอง ท่านก็ปฏิเสธว่าไม่ได้สัมภาษณ์อย่างนั้น และผมได้พยายามแจ้งไปยังสำนักข่าวหลายแห่งเพื่อชี้แจง แต่สำนักข่าวบางแห่งก็ไม่ได้แก้ไขข่าวให้
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่มติ 5 แกนนำ แต่เครือข่ายพันธมิตรฯ ทั่วประเทศก็มีอิสระในการตัดสินใจเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และสาเหตุที่นายวีระ สมความคิดออกมานำในเรื่องนี้ก็เพราะนายวีระ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเป็นคนที่สนใจติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษมาก่อนกรณีข้อพิพาทเขาพระวิหารนั้น จุดยืนของ 5 แกนนำ เป็นจุดยืนเดียวกับเครือข่ายประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร ที่นำโดยนายวีระ ซึ่งเห็นว่าชาวกัมพูชาได้รุกล้ำดินแดนไทยในพื้นที่บริเวณ 4.6 ตารางกิโลเมตร และรัฐบาลรวมทั้งกองทัพจะต้องเร่งผลักดันชาวกัมพูชาออกไป พวกเราเห็นด้วยกับแนวทางเจรจา และไม่สนับสนุนแนวทางการทำสงคราม แต่รัฐบาลจะต้องชี้แจงกรอบเวลา และแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ใช่อ้างว่าอยู่ระหว่างเจรจาแต่ไม่มีความคืบหน้า ซ้ำร้ายการเจรจายังมีเงื่อนงำเรื่องผลประโยชน์ด้านพลังงานเข้ามาปะปนอยู่ด้วย และยืนยันว่าทาง 5 แกนนำให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด และจะหาทางเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อทวงคืนอธิปไตยของชาติกลับคืนมา ซึ่งเร็วๆ นี้คงจะมีการหารือกันในที่ประชุม 5 แกนนำถึงมาตรการและแนวทางในการเคลื่อนไหวใหญ่



