
คสช.ถกความมั่นคง รับมือ วันชี้ชะตา "ปู"
คสช.ถก หน่วยงานความมั่นคง รับมือ วันชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์" ห่วงมือที่สามป่วน ให้ ตร.ดูแลพื้นที่หน้าศาล พร้อมจัดกำลังอารักขา 9 ตุลาการ คาดมีกองเชียร์ 1-2 พันคน
15 ส.ค.60-คสช.ถก หน่วยงานความมั่นคง รับมือ วันชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์" ห่วงมือที่สามป่วน ให้ ตร.ดูแลพื้นที่หน้าศาล พร้อมจัดกำลังอารักขา 9 ตุลาการ คาดมีกองเชียร์ 1-2 พันคน สั่ง ประกบ แกนนำ อีสาน-เหนือ ขนคน ผ่านรถตู้-รถไฟฟรี
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึง กกล.รส. 4 กองทัพภาค และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ประเมินสถานการณ์ กรณีศาลจะมีการคำพิพากษาตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย ได้เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองให้เกิดความสงบเรียบร้อย เหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมา ควบคู่ไปกับการเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชนต่อกรณีดังกล่าว
ในที่ประชุมมีการประเมินว่า จะมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจประมาณ 1-2 พันคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมาจากจังหวัดปริมณฑล อาทิ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ อยุธยา ส่วนพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน หน่วยงานด้านความมั่นคงให้มีการจับตามกลุ่มแกนนำในพื้นที่ ที่อาจจะมีการเคลื่อนไหวชักชวนคนมาให้กำลังใจ นส.ยิ่งลักษณ์
โดยพิจารณาว่า หากพื้นที่ไหนมีท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งจะมาในรูปแบบของการเดินทางอาศัยโดยรถตู้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณเกือบ 1 แสนบาทต่อ 1 คัน และอีกช่องทางหนึ่งจะมาจากรถไฟฟรีที่จะเดินทางมาก่อนวันตัดสินอย่างน้อย 2-3 วัน โดยจะมีการนัดการบริเวณดอนเมือง และ หลักสี่ ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงไม่ได้เป็นห่วงถึงจำนวนคนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ แต่ห่วงมือที่สามจะมาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเฉพาะตัวบุคคล
สำหรับการดูแลพื้นที่บริเวณหน้าศาลฎีกา จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบหลัก พร้อมให้ส่งกำลังไปดูแลอารักบ้านพักของคณะตุลาการฎีกาทั้ง 9 คน ทั้งก่อนที่จะมีคำตัดสิน และ หลังคำตัดสินไปแล้ว โดยเบื้องต้นจะยังคงใช้แผนกรกฎ 52 ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้า พล.อ.เฉลิมชัย จะเรียกหน่วยงานความมั่นคง ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง.



