
ทุ่มงบ4.3หมื่นล้านประกันราคาพืชเกษตร
"กอร์ปศักดิ์" ลงพื้นที่โคราช ทำความเข้าใจเกษตรกรโครงการประกันราคาพืชเกษตร 3 ชนิด ด้าน ธกส เตรียมงบ 43,000 ล้านบาท รองรับโครงการ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.ย. ที่อาคารสุรพัฒน์สัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมชี้แจง โครงการรับประกันรายได้เกษตรกร ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อผลผลิตการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กว่า 2,000 คน ที่เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงได้รับทราบ
สำหรับจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประกอบการเกษตร จำนวน 7.9 ล้านไร่ โดยมีชนิดพืชเศรษฐกิจหลัก ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ขณะนี้มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนการปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด ปีการผลิต 2552/53จำนวน 254,883 ราย แยกเป็นปลูกข้าว 158,264 ราย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 33,223 ราย และมันสำปะหลัง 63,396 ราย
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาสวุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับโครงการประกันราคาพืชเกษตรทั้ง 3 ชนิดนั้น ตนเองมั่นใจว่า จะแก้ไขปัญหาพืชเกษตรตกต่ำได้ เนื่องจากรัฐบาลมีการประกันราคา และประกันรายได้ให้กับเกษตรกรทุกรายที่เข้าร่วมโครงการ แต่ทั้งนี้ตนยอมรับว่า ปัจจุบันเกษตรกรเองยังไม่มีความเข้าใจในหลักเกณฑ์ของโครงการรับประกันราคาพืชเกษตร ดังนั้น การลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับเกษตรกรถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรว่าโครงการประกันราคาของรัฐบาลนั้นมีประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ยังยึดติดการโครงการรับจำนำข้าว สำหรับมาตรการการป้องกันการทุจริตสวมสิทธิ์เกษตรกรนั้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเนื่องจากการรับประกันราคาไม่มีการรับมอบสินค้าดังนั้นจะใช้วิธีการคำนวณการประกันรายได้จากการขึ้นทะเบียนซึ่งการทุจริตการทำได้ยากแต่ได้มีการเน้นย้ำให้เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ทุกอำเภอเมื่อทำการขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้วให้มีการทำประชาคมสำรวจพื้นที่โดยให้เกษตรกรในพื้นที่มีส่วนร่วมเพื่อตรวจสอบพื้นที่การเกษตรที่มาขึ้นทะเบียนป้องกันการสวมสิทธิ์ สำหรับการเพิ่มโควต้าให้กับเกษตรกรในแต่ละรายที่เข้าร่วมโครงการนั้นเรื่องนี้หากรัฐบาลมีงบประมาณมากก็สามารถเพิ่มได้แต่ขณะนี้รัฐบาลเน้นการช่วยเหลือไปที่เกษตรการที่มีรายได้น้อยก่อนส่วนเกษตรกรที่มีเงินทุนมากรัฐบาลสามารถช่วยเหลือได้ในเบื้องต้นก่อน นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว
นายสมชัย อ่ำพันธ์ รองผ็จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส) กล่าวว่า โครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกและการทำประชาคมสำรวจพื้นที่ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง จะดำเนินการได้แล้วเสร็จ ส่วนข้าวเปลือกคงต้องขยายระยะเวลาไปถึงเดือนตุลาคม ด้านการทำสัญญาประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ถ้ากรมส่งเสริมการเกษตรส่งรายชื่อเกษตรกรมาให้ทาง ธกส ดำเนินการ วันใด ธกส สามารถดำเนินการทำสัญญาประกันรายได้ให้กับเกษตรกรได้ทันที
นายสมชัย กล่าวอีกว่า ธกส.จะนำวงเงินตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จำนวน 43,000 ล้านบาท มาใช้จ่ายในการจ่ายส่วนต่างราคาพืช3ชนิด ดังนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับมันสำปะหลัง 18,000 ล้านบาท และข้าวเปลือก 25,000 ล้านบาท หากไม่เพียงพอ ธกส.ก็พร้อมที่จะนำงบประมาณการจ่ายเงินกู้ในบัญชี 2552 ซึ่งขยายเพิ่มเติมจากเป้าหมายเดิม อีก 147,000 ล้านบาท มาใช้ในโครงการนี้ โดยงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าว เมื่อหักส่วนที่จะนำไปจ่ายในโครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็กตามนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลเป้าหมาย 22,000 ล้าบาทแล้ว จะมีงบประมาณเหลืออยู่อีก 125,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอสำหรับการจ่ายส่วนต่างราคาที่เกินจาก 43,000 ล้านบาท ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ นายสมชัย กล่าว



