
วีระแถลง2ข้อทวงคืนพระวิหาร-เอาผิดจนท.รัฐ
วีระ นำตัวแทน พธม. 30 คน ขึ้นเขาพระวิหาร ประกาศเจตนารมณ์ 2 ข้อ ทวงคืนพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร-เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
เมื่อเวลา 10.00 วันที่ 20 ก.ย. นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ทวงคืนเขาพระวิหาร ได้เดินทางออกจากสำนักศีรษะอโศก อ.กระแซง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมุ่งหน้าขึ้นไปอ่านแถลงการณ์บริเวณผามอีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนมากคอยดูแลตลอดเส้นทางเพื่อเป็นการป้องกันการปะทะกันหว่างกลุ่มพันธมิตร และชาวบ้านตำบลภูมิซรอล เหมือนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยบริเวณด่านเก็บค่าทำเนียมทางขึ้นอุทยานฯเขาพระวิหารได้มีกำลังทหารยืนตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรจำนวน 30 คน และผู้สื่อข่าวสำนักละ 2 คนเดินผ่านด่านตรวจ เพื่อไปอ่านประกาศเจตนารมณ์บนผามออีแดง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับปราสาทพระวิหาร
ทั้งนี้ บริเวณปราสาทพระวิหาร ได้มีกองกำลังทหารกัมพูชาตรึงกำลังอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งพล.ต.ชวลิต ชุณประสาน ผบ.กกล. กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประสานไปยังทหารกัมพูชา ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ และทางกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นเท่านั้น การแก้ไขปัญหาจะเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐบาล
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ใน อ.กันทรลักษ์ ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านตำบลภูมิซรอล เพื่อไม่ให้ออกมาชุมนุมต่อต้าน ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวของชาวบ้าน เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดจากความรู้สึกของชาวบ้าน ที่มีการโกรธแค้นกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เดินทางมาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2551 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันเกินขึ้น ซึ่งบรรยากาศหลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านแล้ว ทำให้ในพื้นที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. นายวีระ สมความคิด ได้ยืนยันว่า พื้นที่ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบปราสาทนั้น อยู่ในราชอาณาจักรของประเทศไทย หากยึดตามแนวหลักสันปันน้ำ และประท้วงรัฐบาลกัมพูชา ที่มีการนำประชาชนและทหารกัมพูชา ลุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย จึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยการอ่านประกาศเจตนารมณ์ บริเวณผามออีแดง ระบุว่า “เราประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ ขอประกาศเจตนารมณ์ จัดตั้งเป็นภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร เพื่อบรรลุภารกิจของคนไทยทั้งประเทศดังต่อไปนี้ 1.ดำเนินการในทุกวิธีทางตามกรอบของกฎหมายเพื่อทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหารกลับคืนมา ให้กลับมาเป็นของราชอาณาจักรไทยดังเดิม ทั้งในทางพฤตินัย และนิตินัย 2.ดำเนินการเอาผู้กระทำความผิดในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือสมรู้ร่วมคิดในการทำให้ดินแดนไทยต้องถูกลุกล้ำ หรือเสียดินแดนมาลงโทษทางกฎหมายจนถึงที่สุด ด้วยสำนึกในบุญคุณแผ่นดิน ภาคีเครือข่ายทวงดินแดนไทยโดยรอบปราสาทพระวิหาร 20 ก.ย. 2552”
โดยการประกาศเจตนารมณ์ของภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งเนื้อหาสำคัญทางเครือข่ายดังกล่าวเห็นว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบอยู่ในเขตอธิปไตรยราชอาณาจักรไทย ตามแนวเขตสันปันน้ำซึ่งเป็นการปักปันเขตแดนระหว่างคณะทำงานร่วมของประเทศฝรั่งเศส และสยามประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2487 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากล ดังนั้นกลุ่มภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร จึงขอประท้วงรัฐบาลกัมพูชา ที่มีการปล่อยให้ประชาชนและทหาร รวมถึงการมีการก่อสร้างถนนเข้ามาบริเวณพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ประชาชนชาวไทย จึงขอประกาศให้รัฐบาลกัมพูชา ออกไปจากดินแดนไทย
ดังนั้น การที่รัฐบาลประกาศพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก ทางพันธมิตรฯจึงขอเรียกร้องให้ทหารมีการผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากพื้นที่โดยรอบปราสาทด้วยตามกฎหมายความมั่นคง
ภายหลังจากที่ใช้เวลาในการประกาศเจตนารมณ์บริเวณผามออีแดง ประมาณ 1 ชม. ตัวกลุ่มพันธมิตรได้เดินทางกลับ เพื่อจะไปชี้แจงให้กลุ่มพันธมิตรฯ ที่รออยู่ที่สำนักศีรษะอโศก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป



