ข่าว

“บิ๊กตู่”สั่งจับตาพายุฤดูมรสุม เชื่อไม่เกิดอุทกภัยใหญ่

“บิ๊กตู่”สั่งจับตาพายุฤดูมรสุม เชื่อไม่เกิดอุทกภัยใหญ่

14 ส.ค. 2560

“นายกฯ” สั่งจับตาพายุฤดูมรสุม เชื่อไม่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ แต่ไม่ประมาท แนะปชช.ติดตามข้อมูล เรียกถกสนง.ทรัพยากรน้ำหลังประชุมครม.

          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่าขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.โดยรวมเริ่มคลี่คลายแล้วแต่ยังคงมีสถานการณ์อยู่อีก 8 จังหวัด คือ จ. สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี หนองคาย และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกรมชลประทานและกองทัพเรือได้เร่งใช้เครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำ ระบายน้ำออกนอกพื้นที่คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม

          “นายกฯให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมที่จะต้องเฝ้าจับตาเรื่องพายุเป็นพิเศษ แม้ว่าหลายฝ่ายออกมาให้ข้อมูลว่าจะไม่เกิดอุทกภัยใหญ่ดังเช่นเมื่อปี 2554 แต่จะต้องไม่ประมาท เพราะอาจเกิดสถานการณ์ขึ้นได้ในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุซ้ำซากมาแล้ว โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. ที่จะถึงนี้" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกฯยังได้กำชับเรื่องการเตือนภัยแก่พี่น้องประชาชน และการจัดทำแผนลดความเสี่ยงหากเกิดอุทกภัยในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน พื้นที่เศรษฐกิจ ฯลฯ โดยจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้หลังจากที่คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีแล้ว ในวันที่ 15 ส.ค. หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี จะเรียกประชุมอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือถึงแนวทางบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป

          สำหรับการบริหารจัดการน้ำในภาคกลาง เช่น ที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท นั้น ในปีนี้ถือเป็นปีแรก ที่กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ จึงคาดว่าน่าจะรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักได้เป็นอย่างดี