
การค้าช่องสะงำซบเขมรนั่งมองไทยตีกันเอง
ชาวเขมรตื่น พธม.ปะทะชาวบ้านภูมิซรอล อ.กันทรงลักษ์ หวั่นบานปลาย ส่งผลกระทบถึงการค้าช่องสะงำซบเซาทันตาเห็น ด้านทหารเขมรตรึงกำลังแน่น ชาวเขมรนั่งชมโทรทัศน์คนไทยตีกันเอง
เมื่อเวลา 07.00น.วันที่ 20 กันยายน 2552 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการค้าขายที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ที่ประตูด่านช่องสะงำ ปรากฏว่า มีคนเขมรขึ้นมาออกันแน่นขนัด เพื่อรอซื้อขายสินค้าที่ฝั่งไทย ซึ่งเป็นตลาดนัดของชน 2 ชาติ ทุกวันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ ซึ่งมีผู้คนไม่ต่ำกว่า 1,000 คน มาซื้อหาสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคที่ตลาดฝั่งไทย แต่วันตลาดนัดอาทิตย์นี้ วันที่ 20 กันยายน 2552 โดยชาวเขมรขึ้นมาจับจ่ายซื้อสินค้าไทยประมาณ 400 - 450 คนเท่านั้น ส่งผลให้รายได้สูญหายนับ 10 ล้านทันตาเห็น
เนื่องจากผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรกับชาวบ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษที่ผ่านมา ส่งผลชาวเขมรไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยจึงขึ้นมาน้อย ส่วนมากมาจากหมู่บ้านที่มีพื้นที่ชายแดนเขมร-ไทย อาทิ อ.อัลลองเวง อ.ตระเปียงปราสาท อ.แซรนอย จ.อุดรมีชัย ที่มีพรมแดนติดต่อกันเท่านั้นที่ขึ้นมาซื้อหาสินค้า พ่อค้า แม่ค้าบ่นอุบอยากให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว การค้าขายจะดีขึ้นเงินสะพัดอีกครั้งพ่อค้าแม่ค้ามีเงินหมุนเวียนเลี้ยงครอบครัว
ร.ต.ท. อดุลย์ เส็งนา รอง สว.ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า หากเหตุการณ์ปกติไม่มีผลกระทบใด ๆ จากเขาพระวิหาร จะมีผู้คนชาวเขมรขึ้นมาในจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ด่านนี้คึกคักทันที พ่อค้าแม่ค้าฝั่งไทย - เขมรมีรายได้กันอย่างถ้วนหน้า แต่ละนัดของตลาดวันพฤหัสสบดี กับวันอาทิตย์ผู้คนชาวเขมรแห่ขึ้นมาจับจ่ายซื้อขายสินค้ารับประทานอาหารไทยแต่ละวัน ไม่น้อยกว่า 1,000คน แต่วันนี้จากการประเมินด้วยสายตาถือว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลย วันนี้คาดมีผู้คนทั้งวันน่าจะอยู่ประมาณ 450 -500 คนเท่านั้น
ส่วนหนึ่งอาจเกิดความไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่เขาพระวิหารกลุ่มพธม.ปะทะชาวบ้านทีภูมิซรอลอ.กันทรลักษ์จากการดูโทรทัศน์ไทยที่ฝั่งเขมร เขมรเห็นอาจเกิดความเกรงกลัวในเหตุการณ์ เกรงเกิดการบานปลายด้วย อีกอย่างหนึ่งที่ประเทศเขมรช่วงเทศกาลวันแซนโดนตาบูชาบรรพบุรุษด้วยก็อาจเป็นได้ ส่งผลให้คนเขมรขึ้นมาน้อยรอดูนัดพฤหัสหน้าคงรู้ว่าเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอื่น การค้าขาย การท่องเที่ยวที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำนี้น่าสู่ภาวะปกติ
นางวอ ยอน อายุ 45 ปี ชาวอำเภออัลลองเวง กล่าวว่า คนเขมรเห็นเหตุการณ์ที่เมืองไทยด้วยการดูโทรทัศน์ไทยเห็นแล้วกลัว จึงไม่กล้าขึ้นมาซื้อหาสินค้าที่ฝั่งไทย แต่ตนเองไม่กลัวเพราะชินชากับเหตุการณ์ ฝั่งไทยแล้วตนเชื่อไม่กระทบต่อเขมรแต่อย่างใด เพราะตนมีพื้นที่อยู่ใกล้ ฝั่งไทยเห็นเหตุการณ์บ่อยมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายคนเล่าสู่ฟัง คนไทยส่วนมากใจดีทั้งนั้น อีกอย่างช่วงนี้คนเขมรยังฉลองเทศกาลการแซนโดนตาด้วย เขมรทางไกลอาจยังไม่มาก็ได้
นายเกรียงศักดิ์ พวงพันธ์ อายุ 45 ปี ประธานตลาดไทยกล่าวว่าคนเขมรแตกตื่นเหตุการณ์ฝั่งไทยที่ฝั่งไทยกระทบต่อการการค้า การขาย การท่องเที่ยวทันทีทุกครั้ง ที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ อยากให้ทุกกลุ่มหันหน้าเจรจาด้วยเหตุ ด้วยผลอย่างสันติวิธี อย่าใช้กำลังกันเลย ทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน นี่หากไม่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มพธม.กับชาวบ้านภูมิซรอลที่ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ เขมรขึ้นมาฝั่งไทยไม่น้อยกว่านัดละ ,1000 คน พ่อค่ายิ้มร่ารับทรัพย์แบบเต็ม ๆ เพราะเขมรซื้อสินค้าแบบเงินสด ๆ กันเลย
นายอำนาจ ปัดภัย อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 1 บ้านบัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ พ่อค้าเนื้อหมู กล่าวว่าเมื่อนัดพฤหัสที่ผ่านมาตนเองขายเนื้อหมูหมดไป 4 ตัว แต่วันนี้นำมาขาย 2 ตัวยังไม่หมดเลย ทุกครั้งขายเกลี้ยงเขียง วันนี้เขมรขึ้นมาน้อยมาก ผลจาการที่ประท้วงปะทะคนของคนไทยเราส่วนหนึ่ง ส่งผลเขมรไม่มั่นใจในความปลอดภัย ประเทศเขามีสงครามยังจางหายในความในใจเขายังไม่ถึง 10 ปีเลยทำให้เขาผวาตลอด เวลามีเหตุการณ์ไทย-เขมรเขากลัวตลอด คนที่ต้องแบกรับภาระขาดทุนคือพ่อค้า แม่ค้าที่ประกอบอาชีพสุจริต อยากให้แต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่ายลดฐิติที่มีต่อกัน มาร่วมรักสามัคคีกันช่วยกันสรรสร้างบ้านแปลงเมืองร่วมกันน่าจะดีกว่า เศรษฐกิจการค้า การขายจะสะพัด ความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไปก็จะดีขึ้นด้วย
แหล่งข่าวกล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทราลักษ์ การปะทะกันของกลุ่มพันธมิตรกับชาวบ้านในพื้นที่นั่น เขมรฉวยโอกาสเสริมกำลังทหารตามตะเข็บชายแดนเขมร-ไทย 200 -300 นายที่โอรขะยูงตะวันออกผาตาม็อกออกไปประมาณ 500 - 800 เมตร ที่โอรทะมอ บ้านสะชูก ฝั่งตรงข้ามโอรกาฝั่งไทย ห่างจากชายแดนไทยออกไปประมาณ 150 กิโลเมตรแต่ไม่มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด โดยทหารไทย จนท.ไทย - ทหารเขมร จนท.เขมรก็ยังอยู่ร่วมกันอย่างปกติไม่มีความตึงเครียดแต่อย่างใด มีแต่คนเขมรเล่าขานเรื่องคนไทยทะเลาะกันเองเท่านั้น ขณะที่เขมรสงบและการเมืองนิ่ง



