
ในหลวง ร.9 ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประเทศ
ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศใช้เวลาช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ชักชวนพ่อแม่ ลูกหลาน เดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ
วันที่ 14 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีใโกศเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน
นางชะอ้อน แพรกทอง อายุ 64 ปี ชาวนครศรีธรรมราช เกษตรกรสวนยางพาราเดินทางมาพร้อมลูกสาว น.ส.อมร แพรกทองและหลานชาย ด.ช.นนทิพัฒน์ แพรกทอง เล่าหลังจากได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า ลูกสาวหยุดงานวันชดเชยวันแม่แห่งชาติ เลยชวนตัวเองมากราบสักการะพระบรมศพเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต เป็นครั้งแรกที่ได้มา เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต รู้สึกดีใจและตื้นตันมากที่ได้มาอยู่ใกล้ๆ ในหลวง ร.9
"รู้สึกผูกพันกับพระองค์ท่าน ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นในหลวง ร.9 ทรงงานอย่างไม่ได้หยุดหย่อน มีโอกาสไปรับเสด็จฯ พระองค์ท่าน 2 ครั้ง เมื่อปี 2519 ท่านเสด็จพร้อมพระราชินี สมเด็จพระเทพฯ และเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ไปทรงเททองหล่อพระพุทธรูปที่วัดมะนาวหวานในอำเภอช้างกลาง นครศรีธรรมราช กับอีกครั้งหนึ่งเสด็จพร้อมสมเด็จพระเทพฯ แต่ทรงมาทำอะไรจำไม่ค่อยได้ แต่เห็นคนไปรอรับเสด็จฯ เยอะมาก มืดฟ้ามัวดินไปหมด ดีใจมากที่ได้เห็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นบุญมากในชีวิต ไม่มีใครประเสริฐเท่าท่านอีกแล้ว ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยจริงๆ อย่างที่นครศรีธรรมราชก็มีโครงการพระราชดำริของพระองค์อยู่หลายโครงการ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและการเกษตร ช่วยให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ส่วนตัวนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ อยู่อย่างเรียบง่าย ใช้จ่ายไม่เกินตัว และปลูกฝังลูกหลานให้รักพระเจ้าแผ่นดิน ท่านเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประเทศเรา" นางชะอ้อน กล่าวพร้อมน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 47,062 คน รวม 284 วัน มียอดสะสม 9,320,878 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศลรวมทั้งสิ้น 699,988,945.26 บาท



