มากราบกี่ครั้งก็ยังไม่หายคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9
ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องการเดินสายกลางตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้
วันที่ 13 สิงหาคม 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 284 ยังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศ เดินทางมากราบพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง
พญ.สุพรรณี ประดิษฐ์สถาวงษ์
ระยะทาง 320 กิโลเมตรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ใช่อุปสรรคต่อการเดินทางของ พญ.สุพรรณี ประดิษฐ์สถาวงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อายุ 63 ปี เพื่อมากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งที่ 3 และยังตั้งใจจะมาอีกจนกว่าถึงจะงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเจ้าตัวเผยทั้งน้ำตาว่า เพราะความคิดถึง และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านไว้ในหัวใจให้เนิ่นนาน อีกทั้งยิ่งใกล้วันงานสำคัญยิ่งทำให้อยากมากราบก่อนจะถึงครั้งสุดท้าย
"ทุกครั้งที่มากราบมีทั้งความปีติปลาบปลื้มใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็คิดถึงพระองค์ท่าน ทั้งนี้ตัวเองดำเนินชีวิตภายใต้ความพอเพียง และการเดินสายกลาง เหมือนกับที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อปฏิบัติแล้วมีข้อดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน ด้านความเป็นอยู่ทั้งหลาย นอกจากนี้ในฐานะที่ตัวเองประกอบอาชีพหมอรักษาผู้เจ็บป่วย ก็ได้ยึดพระองค์ท่านเป็นต้นแบบในด้านความตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถรวมถึงการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า" คุณหมอสุพรรณรี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
นางสุธรรมา เนียมตะคุ
อีกหนึ่งข้าราชการจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสุธรรมา เนียมตะคุ วัย 40 ปี ซึ่งมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบในเรื่องความีสติและการรู้จักหน้าที่ของตัวเอง เดินทางจากอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพาแม่และลูกสาวมากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเจ้าตัวเผยความรู้สึกหลังจากมีโอกาสได้เข้ากราบพระบรมศพแล้วสองครั้ง และแน่นอนว่าทุกครั้งมีทั้งความปีติและความคิดถึง
"ในฐานะที่ตัวเองรับราชการเป็นนักวิชการคลัง ชำนาญการ กรมส่งเสิรมการปกครองท้องถิ่น แน่นอนว่า ต้องยึดเอาหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบทั้งในด้านการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งการงานนอกเหนือความขยัน อดทน เอาใจใส่ต่อหน้าที่ของตัวเอง ยังต้องมีสติในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เห็นได้จากพระองค์ท่าน ที่ทรงต้องแก้ไขปัญหาและอุปสรรคนานัปการ เพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะที่ปัญหาของเรา ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับที่พระองค์ทรงทำ จึงคิดว่าเราเองก็ต้องผ่านไปให้ได้เช่นกัน และแม้ว่าทั้งชีวิตจะไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ แต่ตัวเองและครอบครัวก็เฝ้าติดตามการทรงงานของพระองค์ท่านมาโดยตลอด บางครั้งหากมีโอกาสก็จะเดินทางไปตามโครงการพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น โครงการส่วนพระองค์ช่างหัวมัน นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตัวเองไปเที่ยวมาประทับใจมาก เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงซื้อที่ดินซึ่งไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้จากประชาชนแล้วทรงนำมาพัฒนาจนกลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญพระองค์ท่านพระราชทานให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกรอีกด้วย" ข้าราชการสาวจากเมืองย่าโม บอกเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองประทับใจต่อในหลวงรัชกาลที่ 9



