ข่าว

สอนเด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ภารกิจเพื่อมนุษยชาติ

สอนเด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ภารกิจเพื่อมนุษยชาติ

26 ก.พ. 2552

เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าอาสายุวกาชาด ได้เข้ามาเรียนรู้ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 87 ปี ที่ยุวกาชาดไทยได้เติบโตมาคู่สังคมไทยอย่างยาวนาน

 สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย  ได้จัด โครงการอาสายุวกาชาดรณรงค์เพื่อมนุษยธรรม (TRCY Club Walk Rally) เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าอาสายุวกาชาด ได้เข้ามาเรียนรู้ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย อาทิ ศูนย์ดวงตา ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เป็นต้น โดยใช้กระบวนการ วอล์ก แรลลี่ 

มานิดา โชติวนิช รองผู้อำนวยการฯ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด กล่าวว่า สำหรับโครงการฯ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าอาสายุวกาชาดได้เข้าร่วมกิจกรรมที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานแล้ว ยังแฝงไปด้วยความรู้และแนวทางปฏิบัติตนอันเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเยาวชนอาสายุวกาชาดจะค่อยๆ ซึมซับจิตสำนึกด้านมนุษยธรรมผ่านการเชื่อมโยงจากกิจกรรมเหล่านี้ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นมีสมาชิกของชมรมอาสายุวกาชาดจากส่วนกลางและภูมิภาคกว่า 200 คนจาก 22 สถาบันเข้าร่วมการแข่งขันรวมพลังของอาสายุวกาชาด ที่บริเวณศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมทั้งสิ้น  12 สถานีด้วยกัน 

 ทั้งนี้ ในแต่ละสถานีจะมีวิทยากรที่ให้ความรู้ตามวัตถุประสงค์ โดยเหล่าอาสาฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างก็ได้รับความรู้  ความสนุกสนาน  และสานสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกันตลอดการแข่งขัน ซึ่งทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนบ้านลาดวิทยา จ.เพชรบุรี ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่  โรงเรียนอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ และทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี ซึ่งทุกโรงเรียนได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตรเป็นที่ระลึกจากการแข่งขันในครั้งนี้

อศัลยา รอดจีรา อายุ 17 ปี โรงเรียนบ้านลาดวิทยา จ.เพชรบุรี ตัวแทนทีมชนะเลิศอันดับที่ 1 กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และภูมิใจที่ได้ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนด้วย แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้รู้ซึ้งถึงภารกิจของอาสายุวกาชาดซึ่งมากมายกว่าที่คิดไว้ เนื่องจากได้ช่วยเหลือผู้คนในชุมชนของตัวเองด้วย และรู้สึกว่าได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง  "เมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมชมรมอาสายุวกาชาด มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่พอได้เข้าร่วมชมรมอาสายุวกาชาดก็ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น รู้จักใช้ความรู้พื้นฐานของอาสายุวกาชาดช่วยเหลือเพื่อน ช่วยเหลือผู้คนในชุมชน พัฒนาโรงเรียนและพัฒนาหมู่บ้าน และสิ่งสำคัญที่สุด คือ รู้สึกว่าการเป็นผู้ให้สุขใจกว่าผู้รับค่ะ" อศัลยากล่าว

 นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังมีการมอบรางวัลการประกวดวาดภาพในหัวข้อ “ยุวกาชาดห่วงใย ร่วมป้องกันภัยโลกร้อน...Global Warming...RCY Care” จำนวน 15 รางวัล และรางวัลส่งเสริมมาตรฐานชมรมอาสายุวกาชาด ประจำปี 2551 ให้แก่ชมรมยุวกาชาดที่มีมาตรฐานสมควรแก่การยกย่องให้เป็นแบบอย่างในการดำเนินงานด้านอาสายุวกาชาด จำนวน 27 ชมรม จากกว่า 500 ชมรมทั่วประเทศ อีกด้วย