
สาวใหญ่โวยถูกนำบัตรปชช.หลอกพระโอนเงิน
สาวใหญ่โวยถูกนำบัตรปชช.เปิดเบอร์โทรหลอกพระโอนเงิน แทบช็อคหลังถูกหมายเรียกถึงบ้าน 2 ครั้งโดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
(12ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอารี แสนอู อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 ม.12 ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ได้เข้าร้องสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมว่า ถูกแอบอ้างนำบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์และใช้โทรไปหลอกลวงผู้อื่น และให้โอนเงิน 20,000 บาท จนถูกแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี และมาทราบเรื่องหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองฉาง ซึ่งลงนามโดย พ.ต.ท.ประเสริฐ อิวชาวนา รองผู้กำกับการ(สอบสวน) และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน ผกก.สภ.หนองฉาง ได้ส่งหมายเรียกผู้ต้องหามาที่บ้าน จึงต้องการร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากไม่รู้เห็นกับพฤติกรรมดังกล่าว
นางอารี แสนอู เปิดเผยว่า ได้รับหมายครั้งแรกที่ส่งถึง ผกก.สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว เมื่อเดือน ก.ค.60 ระบุว่า พระอธิการธิติ ปิ่นโต ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงาานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.59 เวลา 10.53 น. ว่าที่หน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ สาขาหนองฉาง ม.6 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีคนร้าย 2 คนไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้โทรศัพท์มาหลอกลวงพระอธิการฐิติ ปิ่นโต เจ้าอาวาสวัดหนองเป็ดก่า ว่าจะมอบโต๊ะประดับมุขและรถยนต์โฟร์คสวาเก้น 1 คัน ให้กับทางวัด แต่ให้ทางวัดโอนเงินเป็นค่าซ่อมรถไปให้ก่อน จึงหลงเชื่อโดยได้ยืมเงินและโอนเงิน จำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชี นางสมคิด ประสิทธิ์ ให้คนร้ายไป พร้อมทั้งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองฉาง
ซึ่งคดีดังกล่าว พ.ต.ท.ประเสริฐ อิวชาวนา พนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง เจ้าของคดี ซึ่งรับแจ้งความร้องทุกข์ไว้ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ จึงได้ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาให้กับ นางอารี แสนอู ครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ก.ค.60 และให้มาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เดินทางไป จึงมีการส่งหมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ส.ค.60 และให้ไปพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.หนองฉาง จ.สระแก้ว ในวันที่ 21 ส.ค.60 นี้
น.ส.อารี กล่าวอีกว่า การถูกแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้ ตนเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งถูกพระแจ้งความกล่าวหาว่า ตนเองโทรไปเพื่อที่จะส่งมอบรถยนต์ให้ เนื่องจากพ่อได้เสียชีวิต และให้วัดโอนเงินมาจำนวน 20,000 บาท เข้าไปที่ชื่อของ นางสมคิด ประสิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่ชื่อบัญชีของตนเอง แต่อ้างว่า เบอร์โทรศัพท์ที่โทรไปเป็นเบอร์จดทะเบียนในชื่อของตนเอง ซึ่งไม่เคยไปเปิดเบอร์โทรศัพท์เบอร์นั้นเลย การที่จะให้เดินทางไปที่อุทัยธานีตนก็ไปไม่ถูกและไม่มีเงินที่จะไปด้วย
“ไม่คิดว่า ทำไมพระต้องเชื่อง่าย ๆ ขนาดนี้ ถ้าเกิดจากเบอร์โทรศัพท์ึซึ่งโอกาสที่จะมีการแอบอ้างเอาสำเนาบัตรไปเปิดเบอร์โทรก็สามารถทำได้ไม่ยาก แต่สงสัยว่า ทำไมพระต้องอยากได้ขนาดนั้น เกิดจากความละโมบโลภมากอยากได้อยากมีหรือเปล่า ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน อยากให้โอนคดีมาที่ สภ.คลองหาด ซึ่งหนูยินดีให้ความร่วมมือ” นางอารี กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ อิวชาวนา พนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง เจ้าของคดี กล่าวว่า ข้อเท็จจริงขณะนี้พระมาแจ้งความว่าถูกหลอก โดยมีกลุ่มคนมากกว่า 1 คน โดยคนแรกใช้เบอร์นี้ติดต่อไป ว่าพ่อตาย จะมอบโต๊ะประดับมุขและรถโฟร์คสวาเก้น ให้กับทางวัด หลังจากนั้นก็วางสายไป และมีลูกน้องอีกคน โทรไปบอกว่าเป็นลูกน้อง จะเอารถไปส่งให้ แต่ตอนนี้รถเสีย ต้องเอามาซ่อม ขอให้โอนเงินค่าซ่อมมาให้ก่อน 2 หมื่นบาท พระก็โอนไป และไม่เป็นไปตามที่คุยกัน ก็เลยมาแจ้งความร้องทุกข์ ทั้งนี้เบอร์หลักเป็นเบอร์ของผู้ถูกกล่าวหารายนี้ แต่ยังมีอีกเบอร์ที่คาดว่า จะเป็นญาติหรือไม่ เพราะนามสกุลเดียวกันชื่อ น.ส.รัชนก แสนอู ซึ่งบริษัทเจ้าของเบอร์ยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นผู้เปิดเบอร์ มีหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน จึงต้องส่งหมายเรียกมาสอบสวน
พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวว่า ทั้งนี้หากเราไม่ผิด ไม่ได้เป็นตัวการหรือสนับสนุนก็ต้องมาให้ข้อมูลเพื่อพิสูจน์กัน แก้ข้อกล่าวหากันไป เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ยอมความกันได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสวัด หากยังประสงค์จะเอาเรื่องหรือไม่ ก็ต้องสอบสวนและส่งให้อัยการ ซึ่งตามกระบวนการหากมีหลักฐานหักล้างกันได้ อัยการอาจจะส่งฟ้องหรือไม่้ส่งฟ้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหาต้องมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หากไม่เกี่ยวข้องก็สามารถพิสูจน์กันได้ว่า ถูกแอบอ้างเอกสารไปเปิดเบอร์หรือไม่อย่างไร



