ข่าว

ทลายแก๊งต่างชาติตุ๋นเหยื่อซื้อหุ้นผ่านเน็ต

ทลายแก๊งต่างชาติตุ๋นเหยื่อซื้อหุ้นผ่านเน็ต

20 ก.ย. 2552

ทลายแก๊งต่างชาติตั้งบริษัทบังหน้า ลวงเหยื่อให้ซื้อหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต แฉเล่ห์ใช้ชื่อ 23 บริษัทการลงทุนที่ถูกลวงให้เหยื่อที่อยู่ต่างประเทศร่วมลงทุน ก่อนหลอกให้โอนเงินข้ามประเทศ พบยอดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ตำรวจรวบ 4 ผู้ต้องหาชาวอังกฤษคุมเค้นสอบ อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กันยายน ที่กองบังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. และพ.ต.อ.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนางลิซ่า บาร์นคเนส อายุ 39 ปี นางแคโรรีน เฮเลน อายุ 32 ปี นายทิม ซิลินสกี้ อายุ 26 ปี นายปีเตอร์ โทมัส อายุ 37 ปี ทั้ง 4 คนสัญชาติอังกฤษ, นางมาวิซ แบคเคย์ เปียเนีย อายุ 30 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ และนายซาเวิบร์ เบอร์กี้ อายุ 39 ปี สัญชาติฝรั่งเศส พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 31 เครื่อง เซฟเวอร์ 3 เครื่อง และเอกสารจำนวนหนึ่ง

 ตำรวจได้แจ้งข้อหากล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จและเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

 พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับได้รับแจ้งจากตำรวจสากลว่า มีกลุ่มแก๊งคนร้ายร่วมกันตั้งบริษัทปลอมขึ้นหลายบริษัท ทำการติดต่อหาเหยื่อทางอินเทอร์เน็ตเพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายที่ติดต่อทำธุรกรรมซื้อหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ได้เงินไปจำนวนมาก ซึ่งแก๊งดังกล่าวตั้งบริษัทอยู่ในประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบระบบการใช้คอมพิวเตอร์เรื่อยมา กระทั่งทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 58/2 ซอยทองหล่อ 25 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. มีชาวต่างชาติเช่าทำเป็นบริษัทหลอกลวงให้คนลงทุนซื้อหุ้นแล้วเอาทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกไป จึงขอหมายศาลจังหวัดพระโขนง ที่ ส.227/2552 เข้าตรวจค้น

 รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้ง 6 คน กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์บริเวณชั้น 1 และ 2 ของบ้านดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายพอล ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริงในราคาเดือนละ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน ให้ใส่ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์และรับโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์พบว่า มีข้อมูลการอ้างชื่อว่าเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างๆ 23 บริษัท ซึ่งมีอยู่จริงและส่งข้อมูลบริษัททางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปให้ลูกค้ายังต่างประเทศ ซึ่งแก๊งดังกล่าวทำเป็นขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินข้ามประเทศ โดยพัฒนาวิธีการหลอกลวงเป็นการเปิดบริษัทให้ผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนทำธุรกิจ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนก็จะสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งในครั้งนี้มีความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินคดี