
รายงาน-ถึงเวลากฎหมายคุม"ม็อบ"
การชุมนุมทางการเมืองของบ้านเรา นับวันจะมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
ทำให้มีคำถามตามมาว่า ถึงเวลาที่จะมีกฎหมายเฉพาะเพื่อใช้ในการควบคุมการชุมนุมแล้วหรือยัง ?
"มีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในที่สาธารณะ เพราะตอนนี้การใช้กฎหมายเริ่มสะเปะสะปะพอสมควร ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเวลาทำกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในที่สาธารณะ เรามักจะทำกฎหมายในเชิงควบคุมการชุมนุม ไม่ได้ทำกฎหมายในลักษณะของการส่งเสริมการชุมนุม กฎหมายจึงออกมาไม่ได้เสียที" คมสัน โพธิ์คง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เริ่มอธิบายถึงกฎหมายควบคุมการชุมนุม
และยังได้ยกตัวอย่างว่า ในต่างประเทศจะมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในที่สาธารณะโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ซึ่งจะกำหนดว่ารัฐมีหน้าที่อะไรในการเอื้ออำนวยให้การชุมนุมเกิดความสงบ เช่น รัฐต้องจัดสถานที่ชุมนุมให้ รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเดินรถและการเดินขบวนของผู้ชุมนุม รัฐมีหน้าที่จัดตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม รวมทั้งการกำหนดเขตต้องห้ามในการชุมนุม
สำหรับที่ "สาธารณะ" หมายถึงสถานที่ที่คนทั่วไปสามารถเข้าใช้สอยได้ซึ่งไม่ใช่ที่รโหฐาน และเป็นหน้าที่ของรัฐในการที่จะจัดที่สาธารณะสำหรับการชุมนุมเพราะรัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการชุมนุม
แต่ผู้ชุมนุมจะไม่ชุมนุมตามสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้ก็ได้ เพราะเป็นการใช้เสรีภาพในการโต้แย้งอำนาจรัฐ เนื่องจากไม่พอใจการกระทำของรัฐในบางเรื่อง ดังนั้นบนถนนก็ชุมนุมได้เพราะเป็นที่สาธารณะ เพียงแต่ว่ารัฐต้องจัดว่าจะให้มีช่องทางเดินรถเท่าไหร่หรือแม้กระทั่งการปิดถนนก็ทำได้ ถ้ามีเส้นทางอื่นที่จะใช้สัญจรไปมาแทนได้
ส่วนกฎหมายควบคุมการชุมนุม ควรวางหลักการในการให้เจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐในการชุมนุม
"กฎหมายควบคุมการชุมนุมจะมีประโยชน์ตรงที่ว่า ใครที่ดำเนินการตามช่องทางของกฎหมายฉบับนี้ ก็เรียกว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ทำให้ไม่ต้องมีการโต้เถียงกันว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบหรือไม่สงบ เพราะว่าใครทำนอกเหนือจากเงื่อนไขตามกฎหมายฉบับนี้ ก็เรียกว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่สงบ รัฐสามารถเข้าไปจัดการควบคุมการชุมนุมได้ จะสลายการชุมนุมก็ได้ เพราะว่ามีกฎหมายเฉพาะวางหลักเกณฑ์ไว้ ดังนั้นถ้ามีการทำผิดหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ก็หมายความว่า ทำผิดกติกาในเรื่องการใช้เสรีภาพในการชุมนุม เพราะกฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าการชุมนุมอย่างไร เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย ผู้ชุมนุมก็จะรู้ว่าตนเองทำได้แค่ไหนเพียงไร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐก็รู้ว่า การชุมนุมอย่างไรที่เกินขอบเขตในการใช้เสรีภาพในการชุมนุมไปแล้ว ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการได้ แต่ต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอนในการสลายการชุมนุมตามที่กฎหมายนี้วางไว้"
ร่าง พ.ร.บ.การควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะของบ้านเราในขณะนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ชุดนี้ไปแล้ว และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปตรวจร่างร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนที่จะนำกลับมาให้ ครม.ดูอีกครั้ง แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาต่อไป
"ผมเคยเห็นร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว แต่ไปเขียนว่าการชุมนุมต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับการห้ามการชุมนุม เพราะว่าการต้องขออนุญาตก็หมายถึง การที่จะเข้าเงื่อนไขในการที่จะอนุญาตให้ชุมนุมได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ให้ชุมนุมเสียส่วนใหญ่ เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ก็จะไม่มีเลย ดังนั้นหากร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสภาคงโดนชุมนุมหน้าสภาประท้วงแน่ กฤษฎีกาจึงต้องตัดประเด็นในเรื่องการชุมนุมต้องขออนุญาตออกไป"
และข้อดีที่เราเห็นได้ชัดจากการมีกฎหมายควบคุมการชุมนุม ก็คือ จะทำให้ "หน้าตา" ของบ้านเราดูดีขึ้นเป็นสากล และได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น การใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุม จะทำให้ดูอ่อนลงและมองดูดีขึ้น ดูมีอารยะมากขึ้น เพราะหากเป็น พ.ร.บ.ความมั่นคง ต่างชาติจะนึกถึงทหารชุดเขียวออกมาเลย
แต่ถ้าเป็นกฎหมายควบคุมการชุมนุม ก็จะใช้ตำรวจในการสลายการชุมนุม เพราะโดยหลักการตำรวจต้องถูกฝึกมาใช้ในการสลายการชุมนุม
"ที่ว่าตำรวจมีศักยภาพไม่พอในการควบคุมการชุมนุมใหญ่ๆ นั้นก็ไม่จริง โดยตำรวจมีศักยภาพพอที่จะควบคุมการชุมนุมได้อยู่แล้ว"
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่า "การชุมนุม" เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย รัฐบาลจะไปห้ามการชุมนุมไม่ได้
เพราะการชุมนุมมีข้อดีตรงที่ เป็นการเตือนรัฐบาลว่ากำลังออกนอกลู่นอกทาง ประชาชนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และจะทวงอำนาจของประชาชนคืน รัฐบาลก็ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่าทำถูกหรือไม่ถูก
และรัฐบาลอย่าไปคิดทะเลาะหรือท้าท้ายผู้ชุมนุมเป็นอันขาด
เพราะตัวอย่างในอดีตก็มีให้เห็นมาแล้วว่า พลังของประชาชนนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด
** โต๊ะข่าวการเมือง**



