น้อมนำคำสอนของในหลวง ร.9 มาใช้ ก็เหมือนได้อยู่ใกล้ๆ พระองค์
วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.
วันที่ 11 สิงหาคม ที่พระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น. มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน
นางนวลจันทร์ สิงห์ทอง อายุ 42 ปี ชาวจัวหวัดอ่างทอง อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาพร้อมเพื่อนๆ อีก 5 คน เพื่อมากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรกในชีวิต เจ้าตัวเผยว่ารู้สึกตื่นเต้นและปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้กราบพระบรมศพครั้งนี้ ความจริงอยากเดินทางมานานแล้วแต่ยังหาโอกาสและจังหวะไม่ได้ เมื่อนัดแนะเพื่อนๆ ได้จึงไม่รีรอทำตามความตั้งใจ โดยก่อนหน้านี้แต่ละคนยังเป็นจิตอาสาช่วยแจกน้ำดื่มให้ผู้ที่ไปถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ในหลวงร.9 ที่บริษัทจัดตั้งไว้ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอีกด้วย
"เป็นความรู้สึกเศร้าใจจนพูดไม่ออกตอนที่รู้ข่าวว่าพระองค์ท่านได้จากพวกเรา จากคนไทยไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ สิ่งที่พระองค์ท่านทรงทิ้งไว้เบื้องหลังล้วนสร้างประโยชน์ให้กับคนไทย โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริต่างๆ ส่วนตัวประทับใจการพลิกฟื้นแผ่นดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอดุมสมบูรณ์สามารถปลูกพืชผักเลี้องตัวและค้าขายได้ พระองค์ทรงเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เสด็จฯ ไปทุกพื้นที่ที่ทุรกันดาร ด้วยหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังทรงฝากคำสอนไว้มากมาย ทุกคำพูดล้วนเป็นจริง เป็นหลักปรัชญา ถ้าใครนำมาปฏิบัติรับรองว่าชีวิตนี้จะมีแต่ความเจริญ จากนี้ไปไม่มีพระองค์ท่านแล้วการนำคำสอนของท่านมาใช้ดำเนินชีวิตก็เหมือนเป็นการได้อยู่ใกล้ๆ พระองค์ท่านแล้ว" นางนวลจันทร์ กล่าวด้วยความทราบซึ้ง
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 26,848 คน รวม 281 วัน มี 9,208,317 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 1,833,426.75 บาท รวม 281 วัน รวมเงินทั้งสิ้น 698,101,613.51 บาท



