ข่าว

แนะชุมชนรับมือภัยพิบัติด้วยตนเอง 

แนะชุมชนรับมือภัยพิบัติด้วยตนเอง 

10 ส.ค. 2560

ภัยพิบัติจากน้ำท่วมหรืออุทกภัยที่เริ่มมีความรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น นับเป็นความเสี่ยงใหม่ที่สร้างความสูญเสียในด้านต่างๆ อย่างมากนำมาซึ่งความเดือดร้อนของประชาชน

      นอกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคอีสานช่วงนี้แล้ว เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ช่วงเดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนมกราคม 2560 ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและรุนแรงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยมีถึง 12 จังหวัดที่ประสบภัยจากน้ำท่วม  

     สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แผนการจัดการความปลอดภัยและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ที่มีแผนการจัดการภัยพิบัติเพื่อพัฒนาและจัดการความรู้ สร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่นภาคประชาคมและถอดบทเรียนการจัดการภัยพิบัติ จึงได้สนับสนุนให้มีการถอดบทเรียนและประเมินสภาพความเสียหายของการเกิดอุทกภัยในภาคใต้ จัดการประชุมทางวิชาการ “น้ำท่วมใต้ : ภัยพิบัติในความเสี่ยงใหม่” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรายงานผลการวิเคราะห์สภาพการเกิดภัยหลังเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทั้งความเสียหายและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ

      ตลอดจนแนวทางการฟื้นฟูและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต รวมถึงการรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายในระดับพื้นที่และในภาพรวม

     นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบริหารกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่าในที่ประชุมได้มีการเสนอว่าน้ำท่วมที่เกิดจากการพยากรณ์ฝนตกผิดพลาด และหน่วยราชการขาดประสิทธิภาพในการเตือนภัย ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นเพียงการคาดการณ์อย่างกว้างๆ ไม่ได้บ่งชี้ถึงระดับความเสี่ยงภัย และเป็นข้อมูลภาพรวมในพื้นที่กว้าง เช่น ระดับภาค ระดับจังหวัด แต่ไม่ได้เจาะลึกในระดับลุ่มน้ำย่อย ทำให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้น้อย

      ขณะเดียวกันหน่วยราชการในท้องถิ่นก็ไม่มีการติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินสถานการณ์ได้อย่างเท่าทัน ทำได้เพียงแค่เข้าไปช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ และ ขาดระบบการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าไปสำรวจความเสียหายเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ไม่ทราบระดับผลกระทบตามสภาพความเป็นจริง

      อีกทั้งการจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือก็ขาดระบบ ไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการจัดความเร่งด่วน เหมาะสมในการช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยที่เผชิญปัญหาแตกต่างกันไป

    ทั้งนี้ในการเสวนาเสนอให้มีการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติและพัฒนากลการจัดการภัยพิบัติที่อยู่บนฐานการสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายชุมชนโดยเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ชุมชนรอคอยความช่วยเหลือเป็นชุมชนที่สามารถเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ด้วยตนเอง

     และชุมชนที่ได้รับผลกระทบเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อมและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้คนในพื้นที่บริหารจัดการกันเองตามความต้องการที่แท้จริง