
ไลฟ์สตางค์-เอาใหม่ ถ้าไปไม่ถึงดวงดาว
ประสบการณ์ในชีวิต ผมเคยเจอหลายคนที่มีความตั้งใจดี คิดที่จะเปลี่ยนตัวเองหันมาเก็บเงินเพื่อซื้อความสุขและความมั่นคงในบั้นปลาย
แต่โชคไม่เข้าข้าง พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ทำได้สักพักก็ทนไม่ไหว กลับไปคงนิสัยอย่างเดิม คือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ออกอาการดีแตกยังไงยังงั้น
ต้นเหตุน่าจะเพราะคนไทยเป็นประเภทไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ความลำบากในหลายปีข้างหน้า ก็ดูไกลเกินกว่าจะจินตนาการได้ จึงเลือกเอาสุขใกล้ตัวไว้ก่อน
หากถึงเวลาที่ต้องตกทุกข์ได้ยากจริง ก็จะโทษว่าเป็นเวรกรรม มากกว่าโทษตัวเองที่ไม่เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ
ถ้าตัดคนประเภทนี้ออกไป ผมว่ายังมีอีกจำพวกที่ทำไม่สำเร็จ เพราะตั้งต้นผิดวิธี พูดง่ายๆ คือคอนเซ็ปต์ดีแล้ว แต่ยุทธวิธียังไม่เวิร์ก ทำผิดทางไป ก็เลยไม่ถึงฝั่งฝัน
ส่วนตัว เอาใจช่วยคนกลุ่มนี้ครับ อย่าเพิ่งท้อใจเป็นอันขาด
ผมขอยกเอาเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่คุณประภาส ชลศรานนท์ นักเขียนมือดีที่ผมชื่นชอบส่วนตัว พูดไว้ในหนังสือ “ยอดมนุษย์ลำลอง” ได้อ่านเมื่อไร ก็ลึกซึ้งกินใจทุกที
“เดินขึ้นภูเขาใช่มองแต่จุดหมาย เมฆหมอกดอกไม้ใกล้กัน สิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นทุกวัน สำคัญที่เราได้หันไปมองดู”
พร้อมขยายความว่า การเดินไปไหนสักแห่งโดยมองแต่จุดหมาย ไม่เหลียวหันมาชมสรรพชีวิตข้างทางเสียบ้าง คงจะเมื่อยน่าดู
ผมใช้สมองน้อยๆ ตีความตามประสา แม้ก้าวแรกจะยังไปไม่ถึง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรติดมือกลับมา ถ้าคุณเฝ้าสังเกตสองข้างทาง คุณอาจพบกับสิ่งสวยงามได้เหมือนกัน
เห็นท่าจะจริง ทันทีที่คุณเริ่มขยับเปลี่ยนมาเป็นคนเก็บออม เคยคิดมั้ยว่าคนรอบข้างที่ใกล้ตัวจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ ในความคิดดีๆ ของคุณ
เหมือนกับดอกไม้ข้างทาง มันผลิดอกเบ่งบานในหัวใจของใครหลายๆ คน เท่ากับคุณได้เริ่มต้นสร้างความสุขให้คนใกล้ชิดได้ภูมิใจกับเขาแล้ว
ผมว่าการได้หันไปมองดูในนัยของเพลงนี้ยังช่วยให้เราประเมินด้วยว่าตลอดทางเราได้ทำอะไรพลาดไปหรือไม่ เป็นการมองโดยใช้หัวใจแบบไม่เข้าข้างตัวเอง เพื่อค้นหาอุปสรรคที่ขัดขวางอยู่
ในเคสนี้ ลองประเมินว่าเราได้เปลี่ยนไปแบบสุดโต่งหรือเปล่า เช่น บางคนเลิกสุขนิยมไปซะเฉยๆ เลิกเที่ยว เลิกกินช็อปซะดื้อๆ จนเสียความเป็นตัวเองไป
ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่น่าแปลกที่ความตั้งใจดีๆ จะล้มเลิกกลางคัน เพราะวิธีการมันเกินจริงและไม่มีคำว่า “สมดุล” ในตัวเอง
ก็เหมือนกับใช้แรงเดินขึ้นเขาแบบหนักๆ สุดท้ายก็หมดแรงตรงกลาง เหนื่อยจนแทบไม่อยากเดินต่อไปแล้ว เสียดายสุดๆ
ลองมองต่อนะครับ จินตนาการว่าตัวเองต้องเดินขึ้นภูกระดึง ใครบ้างเดินรอบเดียวแบบไม่พักกลางทาง คนนะครับไม่ใช่เครื่องจักร มีเหนื่อยก็ต้องมีหยุด แวะเติมพลังให้น้ำให้ท่า
ไม่ผิดหรอกครับที่เก็บเงินไปสักพัก สักห้าหกเดือนแล้วจะขอหยุดในเดือนที่เจ็ด เอามาให้รางวัลตัวเองบ้าง สมนาคุณกับความขยันและตั้งใจดีๆ
สำคัญที่อย่าหลงระเริงละกัน ทหารเมื่อพักรบก็ต้องเต็มที่ แต่กลับมาแล้ว วินัยก็ต้องเหมือนเดิม
เขียนมาตั้งนาน ผมขอสรุปว่าแม้วันนี้ไปไม่ถึงดวงดาวไม่ว่ากัน เก็บรอยยิ้มข้างทาง เอาบทเรียนประสบการณ์มาบอกตัวเอง และเริ่มเดินใหม่
ผมไม่เชื่อว่าจะไปไม่ถึง เพราะความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
เอาใจช่วยที่สุดในโลกเลยครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



