ข่าว

ทุน.."ธรรมะ"ศึกษาปริญญาเอกยกระดับ ตร.กับ 'สมคิด บุญถนอม'

ทุน.."ธรรมะ"ศึกษาปริญญาเอกยกระดับ ตร.กับ 'สมคิด บุญถนอม'

20 ก.ย. 2552

เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการพัฒนาคุณภาพภายในตัวตน ตลอดจนเนื้องานการให้บริการดูแลทุกข์สุขประชาชน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) วันนี้จึงแตกต่างไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง เริ่มจากกำแพงรั้วที่เก่าคร่ำคร่ากลายเป็นอิฐมอญสีแดงฉาน

 ตัวอาคารได้รับการทาสีใหม่ให้ดูสดใสยิ่งขึ้น ส่วนภายในตัวอาคารถูกออกแบบให้ร่วมสมัย แต่ไฮไลท์กลับอยู่ที่ซุ้มหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปประทานยศบารมี ปางชนะมาร ขนาดหน้าตัก 99 เซนติเมตร ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินพื้นเมืองล้านนาชื่ออุโฆษ

 ทุกๆ เช้าหรือช่วงเย็นหลังเลิกงานภาพนายตำรวจสูงวัยเดินตรวจดูงานอย่างตั้งอกตั้งใจ ใส่ใจแม้รายละเอียดปลีกย่อย กลายเป็นความชินตาของผู้พบเห็น ช่วยให้งานก่อสร้างเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วและไม่ผิดเพี้ยนไปจากแบบ สบายๆ สไตล์สีกากีฉบับนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 เจ้าของแนวคิดปรับสร้างภูมิทัศน์และระบบการบริหารงาน สร้างศูนย์รวมจิตใจข้าราชการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อสะท้อนถึงงานก่อสร้างที่ส่งผลถึงการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาของบุตรหลานข้าราชการในสังกัด เหมือนลูกโซ่แห่งชีวิต

 "สังคมเมืองมีความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจและวัตถุนิยม ซึ่งแลกมาด้วยความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ภารกิจของตำรวจภูธรภาค 5 จะต้องพัฒนาระบบบริหารงานให้สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ด้วยการสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาแก่ประชาชนทั่วไป โดยเริ่มจากข้าราชการ 1.6 หมื่นคนก่อนเป็นอันดับแรก ใช้ระบบจริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณตำรวจเป็นแนวทางปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม" พล.ต.ท.สมคิด เกริ่นนำ

 บช.ภ.5 รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน สภาพปัญหามีทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด ความมั่นคง การบุกรุกทำลายป่า แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ด้วยเหตุนี้ ผบช.ภ.5 จึงเกิดแนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม อาคาร สถานที่ สำนักงานผู้บังคับบัญชา และพัฒนาระบบบริหารงาน ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมืออันทันสมัย เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที รวมถึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของข้าราชการตำรวจในสังกัดด้วย

 การปรับปรุงภูมิทัศน์เริ่มจากซุ้มหอพระหน้าสำนักงาน อาจารย์เฉลิมชัยได้ออกแบบสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 99 เซนติเมตร ใช้ชื่อว่าพระพุทธรูปประทานยศบารมี จากนั้นได้ต่อยอดด้วยการสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารแบบย่อส่วน 2 ขนาด สำหรับให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา แยกเป็นพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ขนาด 9 นิ้ว 335 องค์ มอบให้สถานีตำรวจในสังกัดไปบูชา 152 องค์ และพระพุทธรูปกริ่งลอยองค์ขนาด 2 เซนติเมตร สร้างด้วยทองคำหนัก 1 บาท 655 องค์ ทองคำขนาด 2 สลึง 655 องค์ และเนื้อเงินหนัก 1 บาท 5,555 องค์ เนื้อเงินหนัก 2 สลึง 5,555 องค์ สุดท้ายสร้างด้วยเนื้อนวโลหะ 2 หมื่นองค์ แจกจ่ายให้ข้าราชการตำรวจไว้บูชา

 พล.ต.ท.สมคิด บอกว่า หลังการจัดทำมีผู้มีจิตศรัทธาบูชาไปสักการะและร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมคิดเป็นเงินงบประมาณ 67 ล้านบาท รายได้ส่วนนี้จะนำไปใช้จ่ายในกองทุนสวัสดิการตำรวจภูธรภาค 5 สำหรับใช้จ่ายในการปรับปรุงภูมิทัศน์ ซึ่งนานกว่า 50 ปีแล้วที่ไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม โดยไม่เกี่ยวกับงบประมาณประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 อย่างไรก็ดี เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วยังมีเงินเหลืออีกประมาณ 10 ล้านบาท ผบช.ภ.5 จึงมีแนวคิดนำเงินมาทำประโยชน์ด้านส่งเสริมกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ โดยจัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรหลานข้าราชการที่เรียนดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการกองทุน หรือจัดตั้งเป็นมูลนิธิในชื่อ "มูลนิธิสงเคราะห์การศึกษาบุตรธิดาข้าราชการตำรวจภูธรภาค 5"

 "เป็นที่รู้กันดีว่าข้าราชการตำรวจเงินเดือนน้อย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจจึงจัดตั้งมูลนิธิ แล้วแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคัดสรรบุตรหลานข้าราชการตำรวจที่เรียนดีประมาณ 10 คน โดยไม่ยึดติดว่าเป็นลูกใคร จากนั้นจะหาครูหรือติวเตอร์มาสอนพิเศษ เราจะไม่ให้เด็กเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ แต่จะพาครูจากกรุงเทพฯ มาสอนที่นี่ อำนวยความสะดวกให้เขาทุกทาง ส่งเสริมให้เขาเรียนในด้านที่รักและสนใจจนจบชั้นสูงสุด คือ ระดับปริญญาเอก เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นขวัญและกำลังใจที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจ มูลนิธิหรือกองทุนนี้จะมีการบริหารงานไปเรื่อยๆ ไม่ให้หยุดอยู่แค่รุ่นเดียว ส่วนรายละเอียดคงต้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง" ผบช.ภ.5 ระบุ

 ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 จะจัดพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปประทานยศบารมี 9 ครั้ง ประกอบด้วย ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, วัดหริภุญไชย จ.ลำพูน, วัดพระแก้วดอนเต้า จ.ลำปาง, วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่, วัดภูมินทร์ จ.น่าน, วัดศรีโคมคำ จ.พะเยา, วัดพระแก้ว จ.เชียงราย สุดท้ายที่วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน หรือ 8 วัดดังประจำจังหวัดในเขตรับผิดชอบของ บช.ภ.5 นั่นเอง

 ในชั้นนี้ภาพที่เห็นได้ชัดขึ้นหลังทำโครงการนี้พบว่า ข้าราชการตำรวจภูธรภาค 5 ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเงินบริจาคได้จากแรงศรัทธาไม่ใช่การขอรับบริจาคเหมือนอย่างเคย การจับกุมผู้กระทำผิดจึงไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ เหมือนกับเมื่อครั้งอดีตที่จับคนร้ายสักคนแล้วต้องมานั่งคิดไตร่ตรองว่า คนนั้นเป็นผู้สนับสนุนเงินทองหรือไม่ หรือผู้ค้ายาเสพติดมีชื่อปรากฏอยู่ตามกำแพงรั้ว ตู้เย็น พัดลม และเครื่องอำนวยความสะดวกบนสถานีตำรวจ