ข่าว

จี้ยธ.จังหวัดเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงความเป็นธรรม

จี้ยธ.จังหวัดเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงความเป็นธรรม

09 ส.ค. 2560

"สุวพันธุ์" นำทีม ยธ.ตรวจเยี่ยมพื้นที่อีสานตอนล่าง พบจ.สุรินทร์ชาวบ้านขาดความรู้กฎหมายเป็นเหตุให้ถูกเอาเปรียบ เข้าไม่ถึงความเป็นธรรม กระตุ้น ยธ.จังหวัดอุดช่อง

9 ส.ค. 60 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง เดินทางตรวจเยี่ยมเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน ซึ่งเป็นเรือนจำเปิดสำหรับฝึกอาชีพเกษตรให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ  เพื่อเตรียมความพร้อมประกอบอาชีพก่อนปล่อย จากนั้นได้เข้าประชุมขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ

 
    นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า จากการดำเนินงานในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ด้านกฎหมายทำให้ถูกเอาเปรียบจากการทำสัญญาไม่เป็นธรรม รวมทั้งขาดความรู้เกี่ยวกับช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมจึงมุ่งช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนทุกคนตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับชุมชนในรูปแบบยุติธรรมชุมชนที่มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ทั้งการให้บริการประชาชน การสร้างการรับรู้ด้านกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งพัฒนาเครือข่ายยุติธรรมชุมชนให้มีศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชน 
 
    นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์มีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 172 ศูนย์ ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พบว่า  มีผู้เสียหายที่ยื่นขอรับค่าตอบแทนตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2559) เทียบกับสัดส่วนประชากร 1 แสนคน พบว่า จังหวัดสุรินทร์มีผู้มายื่นขอใช้บริการมากที่สุด คิดเป็น 21.75 ราย ส่วนใหญ่เป็นการขอรับค่าตอบแทนในคดีความผิดต่อชีวิตมากที่สุด คิดเป็น 9.94 ราย และคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ คิดเป็น 5.83 ราย นอกจากนี้ อัตราการขอใช้บริการของกองทุนยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ อยู่ที่ร้อยละ 7.85 และคลินิกยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ อยู่ที่ร้อยละ 29.39 
 
    นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนผลการดำเนินงานภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่สำคัญในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง ในการส่งเสริมและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน โดยภาพรวมตั้งแต่ปี 2558-2560 พบว่ามีประชาชนมาขอคำปรึกษาด้านกฎหมายจำนวน 8,748 ราย การรับเรื่องราวร้องทุกข์ จำนวน 1,959 ราย รวมเป็น 10,707 ราย ซึ่งเป็นการขอคำปรึกษาทางกฎหมายสูงสุดในเรื่องมรดก ที่ดิน เอกเทศสัญญา และหนี้สินและเรื่องครอบครัว สำหรับการขอรับการคุ้มครองพยานในคดีอาญาใน มีจำนวน 42 ราย เข้าสู่โปรแกรมการคุ้มครอง 30 ราย ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ มีผู้เสียหายยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือและเยียวยา จำนวน 3,827 ราย จำเลย จำนวน 142 ราย รวม 3,967 ราย พิจารณาจ่ายเงิน 2,525 ราย รวมเป็นเงิน 120 ล้านบาทเศษ สำหรับจังหวัดสุรินทร์ พบว่า มีผู้เสียหายยื่นคำขอ จำนวน 572  ราย และจำเลย 20 ราย รวม 592 ราย พิจารณาจ่ายเงิน 380  ราย รวมเป็นเงิน 16 ล้านบาทเศษ  
 
    รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า เรื่องการส่งเสริมการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทโดยภาคประชาชน มีผลการดำเนินงานที่สำเร็จเป็นรูปธรรมที่สามารถลดปริมาณคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักได้  โดยพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีสถิติดำเนินการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ เรื่องกระทำละเมิดผู้อื่น อุบัติเหตุ กู้ยืมเงิน ทะเลาะวิวาท        และขัดแย้งเรื่องที่ดิน 
  จี้ยธ.จังหวัดเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงความเป็นธรรม
    ด้าน น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้รับจัดสรรงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายให้กับผู้เสียหายและจำเลย 5,949 ราย แยกเป็นผู้เสียหาย 5,911 ราย เป็นเงินประมาณ 293 ล้านบาท และจำเลย 38 ราย เป็นเงินประมาณ 7 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายหมดงบประมาณที่ตั้งไว้ในปี 2560 ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2560 ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอและยังค้างจ่ายกับผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา 3,099 ราย เป็นผู้เสียหาย  3,080 ราย  เป็นเงินกว่า 160 ล้านบาท และจำเลย 19 ราย กว่า 2 ล้านบาท เป็นเงินกว่า 163 ล้านบาท ซึ่งกรมฯ ได้ขอรับการจัดสรรงบกลางเพิ่มเติมอีก 300 ล้านบาท โดยครม. เห็นชอบและอนุมัติจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแล้ว ขณะนี้กรมคุ้มครองสิทธิฯจะเร่งทยอยจ่ายในส่วนที่ค้าง คาดว่าเดือนส.ค. - ก.ย. 2560 งบประมาณในส่วนที่เหลือจะเพียงพอและเร่งเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง