ข่าว

"เทือก"ห่วงมือที่3วางบึ้มป่วนม็อบเสื้อแดง

"เทือก"ห่วงมือที่3วางบึ้มป่วนม็อบเสื้อแดง

19 ก.ย. 2552

"สุเทพ" เรียกประชุม ศอ.รส.ถกการชุมนุมกลุ่ม เหลือง-แดง รับ ห่วงมือที่3 วางบึ้ม ป่วน ”นปช.” ช่วงกลางคืน สั่งตรวจเข้มเพิ่มจุดตรวจอีกเป็น 13 จุด วอน ปชช.แจ้งเบาะแส

(19ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่1 พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการฝ่ายยุทธการ และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องประชุมสรุปการทำงานของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) รวมถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อด้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อหามาตรการป้องกันหลังจากหน่วยข่าวทางทหารได้รับรายงานความเคลื่อนไหวว่ามีบางกลุ่มพยายามทีจะเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวายในค่ำคืนนี้โดยใช้การประชุมประมาณ 15 นาที
 
 หลังจากนั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอ.รส. แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ซึ่งผู้บังคับบัญชา ศอ.รส. มีความเป็นห่วงถึงกระแสข่าวที่จะมีผู้สร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดขึ้น จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจ ไม่ว่าจะเป็นจุดตรวจ ด่านตรวจ สายตรวจอาวุธต่างๆ หรือการตั้งเครื่องจีพี200 ตรวจพื้นที่ต่างๆที่เป็นพื้นที่การชุมนุมหรือเส้นทางที่คาดหมายว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งนี้อยากจะขอความกรุณาประชาชนถ้ามีใครพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมที่จะส่อให้เกิดความรุนแรงขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ตัวของท่านเองจะได้ป้องกัน เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ถ้าอธิบายความไม่ดีก็จะตื่นเต้นตระหนกตกใจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องเตือนกัน เพื่อไม่ให้เกิดความประมาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลพื้นที่โดยทั่วไป ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักทั่วไปคือต้องการให้มีความปลอดภัยในการชุมนุม และขอให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
 
 เมื่อถามว่า จาการประเมินข่าวว่าจะมีการสร้างสถานการณ์เกิดจากการมีวัตถุระเบิดใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากข้อมูลข่าวสารน่าจะเป็นลักษณะอย่างนั้น แต่เจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ โดยใช้เครื่องตรวจจีที200 และได้ตั้งด่านตรวจเพิ่มขึ้นจากเดิม 6-7 จุดเป็น 13 จุดเพื่อให้เกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตามแกนนำได้ระบุว่าจะเลิกชุมนุมประมาณเที่ยงคืนและถ้าหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นก็น่าจะมาจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากแหล่งไหน จึงอยากขอความร่วมมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ ซึ่งช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงคือช่วงค่ำมืดเป็นต้นไป จึงขอความกรุณาให้ความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ตามจุดตรวจต่างๆเพื่อความปลอดภัย
 
 เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ พ.อ.สรเสริญ กล่าวว่า ตรงนี้คงไม่ต้องไปโทษใครว่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุม แกนนำ เราทั้งหลายต้องช่วยกันทำให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด เมื่อถามว่า หากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นการชุมนุมจะยืดเยื้อไปหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองตรงนั้น เพราะว่าเจตนารมณ์ของเจ้าหน้าที่ได้แสดงออกจากคำพูดและการปฎิบัติ ซึ่งตรงนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีกับทุกฝ่าย
 
 เมื่อถามว่ากังวลว่าจะมีการก่อเหตุนอกพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ถ้าหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นก็ต้องอยู่ในพื้นที่ชุมนุมที่มีคนอยู่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เรารู้สึกกังวลซึ่งเราพยายามหาแนวทางสื่อออกไปเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก ดังนั้นวิธีที่ดีทีสุดคือต้องช่วยกันทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม

 “ท่านรองสุเทพได้กล่าวให้กำลังใจว่าถึงแม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความปลอดภัยก็ขอให้ทำให้เต็มที่“ พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 เมื่อถามว่า หลังจากนี้ไปทางผู้ใหญ่ยังต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่อไปหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนายสุเทพ ผอ.ศอ.รส. รมว.กห.เจ้าหน้าที่สาย กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติโดยมั่นใจว่าการเตรียมการและการซักซ้อมการปฏิบัติขั้นตอนและแผนการปฏิบัติมีความชัดเจนจนเจ้าหน้าที่มีความมั่นใจว่าหากเกิดสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเราจะสามารถดำเนินการตามแผนการต่างๆที่กำหนดไว้ได้อย่างชัดเจน ไม่น่าจะมีอะไรสับสน

 เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการดูแลความปลอดภัยของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เราได้มีการคุยกันในการประชุมเมื่อครั้งแรกแล้ว เรามีกำลังทหารตรวจดูแลให้ความปลอดภัยท่าน ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบการชุมนุมที่จ.นครราชสีมา ไม่มีแล้วโดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ