ข่าว

เดินหน้าเพิกถอนที่ดิน อุทยานฯศิรินาถ 910 ล้านบาท

เดินหน้าเพิกถอนที่ดิน อุทยานฯศิรินาถ 910 ล้านบาท

08 ส.ค. 2560

"อดีตที่ดินพังงา" ตาย ไม่กระทบคดี. ดีเอสไอฟ้องอาญา 2 สำนวน ประสานกรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ 13 ไร่ บนหาดรายัน-หาดเลพัง มูลค่า 910 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.60  พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิ ล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการดำเนินคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินพังงา ที่ก่อเหตุผูกคอให้ห้องควบคุมของดีเอสไอว่า การเสียชีวิตของนายธวัชชัยส่งผลให้คดีอาญาเฉพาะในส่วนของนายธวัชชัยยุติลง เนื่องจากจำเลยเสียชีวิต แต่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินยังดำเนินการต่อไป โดยคดีดังกล่าวแยกฟ้องเป็น 2 สำนวนตามการบุกรุกที่ดิน 2 แปลง ในคดีแรกมีจำเลยเหลืออยู่ 2 ราย รายแรกให้การรับสารภาพศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนอีก 1 คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งเหลือการสืบพยานอีกเพียงปากเดียว คาดว่าช่วงปลายเดือนส.ค.นี้กระบวนการสืบพยานจะเสร็จสิ้นและนัดฟังคำตัดสินในคดีได้ สำหรับเอกสารสิทธิ์ที่ดินทั้ง 2 แปลง ดีเอสไอได้ส่งหลักฐานไปให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว โดนคดีนี้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการใช้ส.ค. 1 บินจากสถานที่อื่นมาสวมทับ ซึ่งที่ดินแปลงแรกเนื้อที่ 7 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ บริเวณหาดลายัน แปลงที่ 2 มีเนื้อที่ติดกัน แต่อยู่นอกเขตอุทยานตั้งอยู่บริเวณหาดเลพัง เนื้อที่ 6 ไร่ โดยพื้นที่ทั้ง 2 แปลงเป็นชายหาดมีราคาซื้อขายไร่ละ 70 ล้านบาท รวมทั้ง 2 แปลงมีมูลค่า 910 ล้านบาท

รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบหลักฐานย้อนหลังส.ค. 1 ที่นำมาสวมทับออกในปี 2497 โดยอ้างการทำประโยชน์เป็นสวนผลไม้ แต่เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพบว่าในปี 2510 ที่ดินทั้ง 2 แปลง เนื้อที่รวม 13 ไร่ ยังเป็นทะเล ไม่มีแผ่นดิน ดังนั้น จะมีส.ค.1 และเข้าทำประโยชน์ปลูกผลไม้ไม่ ต่อมาภายหลังพื้นที่มีตะกอนทะเลทับถมจึงทำให้เกิดพื้นที่งอก กลุ่มนายทุนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่ดินจึงร่วมกันทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ สำหรับนายธวัชชัยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการอนุมัติออกเอกสารสิทธิ์ทั้งที่ไม่มีอำนาจรวม 4 แปลง ต่อมาที่ดินทั้ง 4 แปลงใหญ่ถูกจัดสรรเป็นแปลงย่อยๆ กว่า 1,000 แปลง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำตัดสินชัดเจนในที่ดิน 2 แปลงแรก ดีเอสไอจะขยายผลดำเนินการไปยังที่ดินแปลงอื่นๆ 

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวถึงการสอบสวนทุจริตบุกรุกที่ดินและสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติควนโต๊ะหลา จ.พังงาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ แต่เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ดินอีกรายหนึ่ง ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคชรา และไม่เกี่ยวข้องกับนายธวัชชัย โดยการสอบสวนของดีเอสไอพบว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีความสนิทสนมกับนายทุนที่มีฐานะในระดับคหบดีใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพฤติการณ์ออกเอกสารสิทธิ์เท็จตั้งแต่เกาะยาว จ.พังงา หาดกมลา จ.ภูเก็ต โดยการเอกสารสิทธิ์เท็จที่ป่าควนโต๊ะหลาถือเป็นคดีที่ 3 ของเจ้าหน้าที่รายนี้ ซึ่งอนุญาตออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 ก.ด้วยการเดินสำรวจให้กับนายทุนเพียงรายเดียวรวม 2,000 ไร่ และต่อมาได้นำมาขายให้กับนายรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ทั้งนี้ สภาพทางกายภาพของที่ดินยังเป็นป่าไม้ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการเดินสำรวจเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนภูเขา ซึ่งกฎหมายที่ดินไม่รองรับให้ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว แม้จะตีความว่าพื้นที่ไม่ใช่ป่าสงวนแต่ก็ถือเป็นป่าไม้ ซึ่งผู้ที่บุกรุกเข้าถือครองจะมีโทษทางอาญาเช่นกัน