ข่าว

เสื้อแดงอีสานบุกบ้าน'ป๋าเปรม'ถูกตร.สกัด

เสื้อแดงอีสานบุกบ้าน'ป๋าเปรม'ถูกตร.สกัด

19 ก.ย. 2552

แกนนำนปช.พร้อมเสื้อแดงอีสาน เดินเท้าบุกบ้านป๋าเปรม ทลายแผงกั้นเหล็กเข้าได้ 10 เมตร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัด "จงรัก" พร้อม ผบช.ภ.3 รุดเจรจา "แรมโบ้อีสาน-ขวัญชัย" ก่อนยอมสลายตัว หลังประกาศเจตนารมย์ให้ป๋าเปรมเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ (19 ก.ย.52) กลุ่มคนเสื้อแดงจาก 19 จังหวัดภาคอีสาน จำนวนประมาณ 3,000-4,000 คน นำโดย นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. นายสุพร อัตถาวงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ได้เดินเท้าจากบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ไปตามเส้นทางถนนมุ่งหน้าสู่บ้านแม่ทัพ (บ้านไร้กังวลเดิม) เลขที่ 1885 ถนนสืบสิริ ตรงข้ามกับกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคอีสานได้รวมตัวกันชุมนุมที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ย.) เพื่อเตรียมเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง นปช. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กรุงเทพฯ

 ซึ่งต่อมาเวลา 07.30 น. เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงขบวนไปถึงบริเวณสามแยกชลประทานที่ 8 ถนนสืบสิริ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ห่างจากบ้านพักของพลเอกเปรมประมาณ 800 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจภูธรภาค 3 และจำนวน 1,400 นายตรึงกำลังสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 อำนวยการคอยสั่งการอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ตำรวจได้ใช้แผงกั้นเหล็กวางเป็นกำแพงเป็นด่านแรก

 ห่างกันประมาณ 50 เมตรเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รั้วลวดหนามวางเป็นแนวกั้นเป็นกำแพงด่านที่ 2 และเสริมกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอีก 150 คน พร้อมด้วยโล่ กระบอง และแก๊สน้ำตา รถดับเพลิง รถควบคุมผู้ต้องขัง กรณีเกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย ตลอดจนได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจอดไว้บริเวณลานจอด ฮ.ตรงข้ามกับบ้านไร้กังวลของพล.อ.เปรม เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อารักขาและนำตัวพล.อ.เปรม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทันทีหากเกิดเหตุรุนแรง

 ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปักหลักชุมนุมอยู่ตรงบริเวณสามแยกชลประทาน ถนนสืบสิริ โดยแกนนำ นปช.กับกล่าวปราศรัยโจมตีพลเอกเปรม ว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามผลักดันแผงกั้นเหล็กของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม แต่ก็ทลายแผงกั้นเหล็กบุกเข้าไปได้เพียงแค่ 10 เมตรก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไว้ไม่ให้บุกเข้าไปต่อ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา ได้เจรจากับ นายสุพร และนายขวัญชัย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งต่อมานายอริสมันต์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศเจตนารมย์ในการเดินทางมาชุมนุมหน้าบ้านพักของพล.อ.เปรม ที่ จ.นครราชสีมา โดยขอให้ พล.อ.เปรม เลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยสิ้นเชิง วางตัวให้สมกับเป็นประธานองคมนตรีหรือผู้แทนพระองค์ และยังเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ฯยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยการนำเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้

 ซึ่งต่อมาเวลา 08.15 น. กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยอมสลายการชุมนุม โดยที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางขึ้นรถบัสจำนวน 31 คัน และรถส่วนตัวอีกหลายคันเดินทางไปร่วมชุมนุมกับ นปช. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กรุงเทพฯ  ต่อไป

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ม็อบเสื้อแดงกล่าวปราศรัยโจมตีอยู่ละแวกบ้านพัก พล.อ.เปรมนั้น พล.อ.เปรม ไม่ได้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักแต่อย่างใด โดย พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์  หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 ได้เชิญ พล.อ.เปรม ไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักรับรองพิเศษ ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงค่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ย.) ที่ผ่านมา

 ขณะที่วันนี้ (19 ก.ย. 52) เวลา 10.00 น. พล.อ.เปรม ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิพลเอกเปรมติณสูลานนท์ ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา  ท่ามกลางการอารักขาและการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ อส.กว่า 2,000 นาย รอบๆ บริเวณศาลากลาง จ.นครราชสีมา โดยไม่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างใด