
โอสถสภาแจงซื้อที่ดินบนเขา
"รัตน์ โอสถานุเคราะห์"แจงดีเอสไอปมซื้อที่ดินปลูกบ้านพักบนเขา จ.พังงา จ่อเรียก"เจ้าสัวบุญชัย"ให้ปากคำด้านทนายโต้กฎหมายห้ามออกโฉนดบนภูเขาแต่ไม่ห้ามออกนส.3 ก.
7 ส.ค. 60 นายรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้บริหารในเครือบริษัทโอสถสภา พร้อมนายพิศิษฐ์ เอี่ยมสะอาด ทนายความ เข้าพบพ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พนักงานสอบสวนคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อสร้างบ้านพักหรูขนาดใหญ่ 2 หลังบนยอดเขา ซึ่งเป็นการขยายผลการสอบปากคำ หลังจากดีเอสไอตรวจสอบพบว่านายรัตน์ มีชื่อครอบครองที่ดินและบ้านพักซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านพักของนายบุญชัย เบญจรงคกุล ซึ่งมีชื่อครอบครองบ้านและที่ดิน แต่ปัจจุบันได้โอนกรรมสิทธิ์ให้อดีตภรรยาไปแล้ว
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า คดีดังกล่าวดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วและได้มีการสอบขยายผลเพิ่มเติม โดยดีเอสไอจะทยอยเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำโดยเฉพาะนายบุญชัยว่า ได้ที่ดินแปลงดังกล่าวมาอย่างไร ก่อนซื้อหรือปลูกสร้างสภาพที่ดินยังเป็นพื้นที่ป่าหรือไม่ ส่วนนายรัตน์ที่มีชื่อครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 4 ไร่นั้น มีพื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านพักของนายบุญชัย หลังจากดีเอสไอเชิญสอบปากคำก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
"หลังจากสอบปากคำนายรัตน์แล้ว พนักงานสอบสวนจะนัดสอบปากคำนายบุญชัยด้วย แม้ปัจจุบันนายบุญชัยได้โอนกรรมสิทธิ์ให้อดีตภรรยาเป็นผู้ถือครองที่ดินจำนวน 3 ไร่พร้อมสิ่งปลูกสร้างก็ตาม ทั้งนี้พื้นที่ที่นายรัตน์และนายบุญชัยมีชื่อครอบครองอยู่บริเวณยอดเขา ซึ่งนายทุนที่บุกรุกได้นำพื้นที่ดังกล่าวไปขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ และมีชื่อของนายทุนเข้าไปเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นด้วย จึงต้องพิจารณาว่าต้องเรียกสอบนายทุนคนดังกล่าวในฐานะพยานหรือผู้ต้องหา"รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า การเข้าไปมีชื่อครอบครองที่ดินบริเวณยอดเขาหรือพื้นที่มีความลาดชันเกิน 35 องศาตามกฎหมายที่ดินไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายระบุชัดว่าห้ามออกเอกสารสิทธิในที่เขา หรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบขยายผลเสร็จสิ้นดีเอสไอจะเสนอให้กรมที่ดินและกรมป่าไม้เพิกถอนเอกสารสิทธิและนำที่ดินคืนรัฐต่อไป ส่วนหากมีการอ้างว่าได้เข้ามาทำประโยชน์มาเป็นเวลานานแล้วนั้น ดีเอสไอสามารถใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้และจากสภาพพื้นที่จะเห็นว่าไม่ที่ทางจะออกเอกสารสิทธิได้เลย
นายพิศิษฐ์ เอี่ยมสะอาด ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ดีเอสไอเชิญนายรัตน์มาให้ปากคำเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินจ.พังงา ซึ่งข่าวที่ออกไปทำให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากนายรัตน์รับซื้อที่ดินมาจากบริษัทแคปพังงาในปี 2537 จำนวน 4 ไร่ มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง โดยที่ดินดังกล่าวไม่มี ส.ค 1 เพราะออกเป็น นส.3 ก. จากการเดินสำรวจทั้งจังหวัด ยืนยันว่าซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยนส. 3 ก. ออกในปี 2520 จำนวน 2,000 ไร่ เป็นการเดินสำรวจทั้งจังหวัดพังงา ส่วนการสร้างสิ่งปลูกสร้างก็ขออนุญาตถูกต้อง. ทั้งนี้กฎหมายห้ามออกโฉนดบนเขาหรือภูเขาอย่างเดียว ไม่ได้ห้ามออกเอกสารสิทธิ์อื่น รวมถึง น.ส.3 ก. ถ้าที่แปลงนี้ถูกเพิกถอนก็ต้องเพิกถอนกันทั้งจังหวัด เพราะออกพร้อมกันทั้งจังหวัดกว่า 2,000 ไร่
"เรื่องสร้างบ้านพักเราได้ขออนุญาตอบต.แล้ว โดยอบต.อนุญาตให้สร้างได้ อีกทั้งกฎกระทรวงไม่ได้ห้าม การนำภาพถ่ายทางอากาศมาเปรียบเทียบพื้นที่เดิมที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ก็เป็นภาพถ่ายจากบนฟ้า ซึ่งอ้างอะไรก็ได้เพราะไม่ได้เดินสำรวจ การที่ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าก็ไม่ถูกต้อง เพราะตามพ.ร.บ.ป่าคุ้มครองต้องแยกพื้นที่ป่า. จึงไม่ใช่พื้นที่บุกรุก ส่วนการระบุว่าพื้นที่ลาดชันเกิน 35 องศาห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างก็ไม่ใช่กฎหมาย เป็นแค่นโยบายป่าไม้แห่งชาติ เท่านั้น "ทนายความกล่าว



