
ปชป.เล็งทิ้งไพ่อภิสิทธิ์ยุบสภาไม่ก้มหัวเงื่อนไขพิเศษ
ปชป.ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย หาทางลงให้ "มาร์ค" ยุบสภา มากกว่าการก้มหัวให้เงื่อนไขพิเศษ ระบุถอย หรือสู้ก็อยู่ไม่ได้ เหตุเสียภาวะผู้นำ แถมถูกพรรคร่วมขี่คอ เชื่อเลือกตั้งใหม่ ปชป.ยังได้เปรียบเหตุใช้ รธน.50 จับตา 19 กันยาม็อบเสื้อแดง
การพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงขั้นหาทางออกไม่ได้ เพราะตลอดเวลากระแสข่าวลือเกี่ยวกับเงื่อนไขพิเศษที่ต้องการให้ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ดูจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้หาทางออกในเรื่องดังกล่าวด้วยวิธียุบสภา เพื่อรักษาจุดยืน และภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี
ปชป.หาทางลง "มาร์ค" ยุบสภา
เมื่อวันที่ 18 กันยายน เกี่ยวกับปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ที่ประสบความล้มเหลวถึง 2 ครั้งซ้อนนั้น มีรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถูกกดดันอย่างหนักในการเลือกผบ.ตร.คนใหม่ แทนพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ต้องล่มไปถึงสองครั้ง ล่าสุดขณะนี้มีความพยายามเคลื่อนไหวของสมาชิกส่วนหนึ่งภายในพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ยอมถอยด้วยการสนับสนุน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.ขึ้นเป็นผบ.ตร.เนื่องจากเกรงว่านายอภิสิทธิ์ จะทนแรงบีบไม่ไหว และส่งผลกระทบต่ออายุรัฐบาล
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนยันให้ นายอภิสิทธิ์ สนับสนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ ขึ้นเป็น ผบ.ตร.เช่นเดิม เพื่อรักษาภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี เพราะหากนายอภิสิทธิ์ ยอมถอยก็จะถูกโจมตีอย่างหนักเช่นเดียวกัน และจะส่งผลต่อการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้มีรายงานว่า หากนายอภิสิทธิ์ ต่อสู้ไม่สำเร็จผู้ใหญ่ในพรรคได้แนะนำให้อภิสิทธิ์ เลือกทางออกด้วยการประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน และเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
เผยหากยอมถอยจะเสียภาวะผู้นำ
มีรายงานว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจยุบสภาเนื่องจากเห็นว่า หากนายอภิสิทธิ์ ยอมถอย พรรคจะเสียอำนาจการต่อรองในที่สุด และทำให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย เสนอเงื่อนไขขึ้นมาต่อรองเรื่อยๆ ยิ่งไม่เป็นผลดีกับพรรค เนื่องจากขณะนี้ภาพของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมามีทั้งเรื่องข้อครหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น และการต่อรองเพื่อประโยชน์ของกลุ่มการเมือง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียจุดยืน บวกกับขณะนี้มีแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลบีบให้พรรคประชาธิปัตย์แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องการให้มีการตั้ง ส.ส.ร.3 ขึ้นมาศึกษาผลดีผลเสียให้รอบด้านก่อนตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญมารตรา 190 และที่มาของส.ส.จากระบบเขตเดียวเรียงเบอร์ เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว เป็นข้อตกลงระหว่างนายสุเทพเท่านั้นแต่ไม่ได้เป็นมติของพรรคประชาธิปัตย์
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในระหว่างนี้นายอภิสิทธิ์จะใช้เวลาในการเดินทางไปต่างประเทศระหว่างวันที่ 20-26 กันยายนนี้ ในการทบทวนผลดีผลเสียและหาทางออกให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย โดยนำเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้มาประเมินด้วย หากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง ถึงขั้นมีการเสียชีวิต และมีการนองเลือดเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ อาจจะมีการหาทางออกด้วยยุบสภา ซึ่งถือเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อรักษาภาวะความเป็นผู้นำ
ยอมเป็นฝ่ายค้านดีกว่าพรรคเสื่อม
รายงานข่าวแจ้งว่า มีความพยายามจากพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อบีบให้นายอภิสิทธิ์ ลาออก มากกว่าการยุบสภา ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เริ่มไม่พอใจพรรคร่วมรัฐบาล และท่าทีของนายสุเทพ กับ นายนิพนธ์ ดังนั้นทางออกทั้งหมดจึงน่าจะจบลงด้วยการยุบสภา เพราะสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยังต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ถือว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความได้เปรียบสูง
"ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า หากยุบสภาไปแล้วไม่ต้องกลัวที่จะเป็นพรรคฝ่ายค้านอีก แต่พรรคจะต้องรักษาจุดยืนทางการเมืองเอาไว้ มากกว่าที่ยอมตามเงื่อนไขของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะยิ่งทำให้ภาพของพรรคเสื่อมลงเรื่อยๆ" แหล่งข่าวระบุ
"ธานี"สั่งตร.หุบปากห้ามสัมภาษณ์
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร. มีหนังสือ ตช. 0006.2/5694 ลงวันที่ 11 กันยายน ถึง จตช. รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา (สบ 10) ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. ผบก. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบช. ผบก. ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าว หรือการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ด้วยปรากฏทางสื่อมวลชนว่า มีข้าราชการตำรวจให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือการปฏิบัติขององค์กรอื่นในเรื่องต่างๆ ในลักษณะที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น อันอาจนำไปสู่ความแตกแยกระหว่างข้าราชการ หน่วยงานหรือเกิดความสับสนต่อประชาชน โดยทั่วไปและส่งผลเสียหายต่อ สตช.ได้ ดังนั้นด้วยเหตุดังกล่าวจึงกำชับการปฏิบัติโดยให้งดการแสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว



