ข่าว

นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจ

นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจ

07 ส.ค. 2560

นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เมืองกรุงเก่า หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5 หมื่นไร่ทั่วประเทศ

          7 ส.ค.60-นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เมืองกรุงเก่า หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5 หมื่นไร่ทั่วประเทศ ลั่นหยุดยั้งพวกมอดไม้ ยึดคืนพื้นที่นายทุน พวกมีอิทธิพล  จี้ก.ทรัพย์ฯตรวจสอบย้อนหลัง 20 ปีของบฯปลูกป่าแต่ไร้ผลสัมฤทธิ์ 

           ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ต.มหาพรหมณ์ อ.บางบาล จ.พระ นครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรษาครบรอบ 65 พรรษา และร่วมกันสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยและพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เข้าร่วม โดยเป็นการเร่ิมต้นโครงการ เพื่อปลูกให้ครบ 10 ล้านต้นทั้ง 77 จังหวัด คาดเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 5 หมื่นไร่ โดยกระทรวงทรัพยากรฯเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมต้นกล้าแจกจ่าย โดยมีข้าราชการ ประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

           ทั้งนี้เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้เดินตรวจเยี่ยมที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า ก่อนที่จะทักทายกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชน พร้อมยกมือทำสัญลักษณ์ไอเลฟยู จากนั้นนายกฯได้เป็นประธานกล้าไม้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ ผู้ว่าฯจ.สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี และจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงผู้แทนท้องถิ่น 

                     นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจ

           จากนั้น นายกฯกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นการทำงานเพื่อศึกษาแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ทรรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ประเทศไทยโชคดีที่มีรัชกาลที่ 9และรัชกาลที่ 10 ที่ได้ส่งให้นำแนวทางของรัชกาลที่ 9 มาทำในทุกๆด้าน โดยทรงรับสั่งเสมอมาว่าทุกอย่างรัชกาลที่ 9 ได้ทำไว้หมดแล้วขอให้พวกเราช่วยกันต่อเติมและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ดังนั้นรัฐบาลจึงนำสิ่งที่ได้พระราชดำริมาดำเนินการ  ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน การรักษาการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ โดยต้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน  ซึ่งที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายอาจมีการปล่อยปละละเลยทำให้การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้ เราต้องการปลูกป่าเพิ่มขึ้นจาก 36 % เป็น 40 % โดยต้องนำพื้นที่บุกรุกมาดำเนินการพร้อมกับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนราชการต้องหาวิธีการในการจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ได้ไม่ใช่จะบอกแค่ว่ารัฐบาลรัฐบาลหรือ คสช. สั่งเพียงอย่างเดียว 

           "เราได้ยินคำว่าปลูกป่าในใจคนเสมอมา และไม่รู้ว่าพวกตัดไม้ทำลายป่ามีคำนี้ในใจหรือไม่ เพราะคนที่ติดคุกคือคนรับจ้างตัดไม้ หรือทุกคนที่เกี่ยว ข้องมีแต่คำว่าตัดไม้ในใจคน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องกำจัดด้วยกฎหมาย เพื่อฟื้นฟูป่าให้ได้ 40% และต้องจัดให้คนอยู่ร่วมกับป่าให้ได้ ทั้งนี้คสช.ได้มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินแห่งชาติขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรป่าด้วย โดยผู้ครอบครองจะไม่ได้เป็นเจ้าของแต่จะส่งเสริมให้เป็นที่ดินทำกิน ทั้งนี้การปลูกป่าในใจคนจะต้องรักและหวงแหนไม่ใช่ปลูกทิ้ง ขอให้กระทรวงทรัพย์ฯไปตรวจสอบการปลูกป่าว่าที่ผ่านมานั้นมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้มีการติดตามหรือไม่ใช่ปลูกแล้วตาย แล้วมาของบประมาณกันใหม่ ทั้งนี้การทำงานจะต้องมีความรับผิดชอบ มีผลสัมฤทธิ์ เพราะถ้าอ้างแผนการปลูกป่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยคงมีป่าเต็มไปหมด

           นายกฯ กล่าวว่า อยากจะแนะนำเรื่องการปลูกป่าว่า 1.ต้องปลูกป่าในใจ2.ควรปลูกป่าในบ้าน 3.ควรปลูกป่าในชุมชน 4.ปลูกป่าเพื่อให้เชื่อมโยงกับป่าไม้ใหญ่  เพื่อเป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์  เมื่อคนได้ประโยชน์จากป่าก็จะช่วยกันปกปักรักษา  และอยากให้มีศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ในชุมชน  โดยอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อนำเอาต้นไม้เหล่านี้ไปปลูกในชุมชนหมู่บ้านให้เป็นร่มเงาและสามารถใช้ประโยชน์ได้ และอยากแนะนำให้ปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ การดำเนินการของ คสช. นับว่าคืบหน้าไปพอสมควรเช่นการหยุดยั้งการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของนายทุนต้องยึดคืนพื้นที่ จากผู้มีอิทธิพลเพื่อนำมาให้คนจนและใช้ปลูกป่า ถ้าเรามีทรัพยากรป่าไม้น้ำก็จะไม่ท่วมสามารถชะลอน้ำได้และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหน้าแล้งซึ่งที่ผ่านมาคนไม่ค่อยให้ความสนใจ วันนี้เมื่อมีการตัดต้นไม้เมื่อน้ำมาจึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมโดยเราไม่ได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไรทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไข ว่าจะป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างไรโดยจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดทั้งป่า ทางระบายน้ำ

                นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจ
 
ชวนคนไทยปลูกต้นไม้ครอบครัวสร้างบ้านให้เทวดา หลังถูกตัดต้นไม้ทิ้ง

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้คนไทยช่วยกันดูแลให้เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ที่มีชีวิตเป็นต้นไม้ของเราและธรรมชาติ สัตว์ต่างๆรวมถึงเทวดา ที่สิงสถิตอยู่วันนี้เทวดาไม่มีที่อยู่เพราะคนตัดต้นไม้ทิ้งกันหมด และคนก็ไปบวชต้นไม้กัน ขณะที่เทวดาไม่มีบ้านอยู่กันแล้วเพราะถูกตัดต้นไม้ทิ้ง

ขอท้องถิ่นร่วมเดินตามยุทธศาสตร์แล้วจะมีเลือกตั้ง เตือนอย่าหาเสียงจนชาติล่มสลาย

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนไม่ต้องการละเมิดใครทั้งสิ้น ปัญหาการก่อการร้าย สุดโต่ง เวลานี้เกิดขึ้นทั้งโลกฉะนั้นเราต้องคัดกรองคนของเรา พร้อมช่วยเฝ้าระวัง เรื่องเศรษฐกิจเราต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อให้ขายได้ ถ้าเราไม่พัฒนาก็จะถอยหลังลงเรื่อยๆ เมื่อขายใครไม่ได้เราก็จะล่มสลาย วันนี้รัฐบาลกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งระบบบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวก โดยแก้กฎหมายให้ทันสมัย กำจัดการทุจริต ซึ่งการทุจริตจะเกิดจากคนคนเดียวไม่ได้ ต้องทั้งคนให้และคนรับ ขอให้หามาให้ตนตนจะลงโทษทั้งหมด

           "ยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลวางไว้ เขียนไว้เพื่อให้ตอบโจทย์ให้ได้ถ้าคิดว่ารัฐบาลนี้ทำไว้ไม่ดีรัฐบาลใหม่ก็สามารถแก้ได้ในวันข้างหน้าได้สิ่งที่แก้ต้องดีกว่าที่ทำไว้ หากคิดแบบเดิมประเทศก็ยังเดินไปไม่ได้ ฉะนั้นขอฝากท้องถิ่น ทั้งเทศบาล อบต. อบจ. ให้เข้าใจตรงนี้ด้วย โดยเอายุทธศาสตร์ชาติไปขับเคลื่อน แล้วก็จะได้เลือกตั้งกันเอง มีการเลือกตั้งคนที่ลงสมัครต้องหาเสียงแบบนี้ไม่ใช่หาเสียงแล้วทำให้ประเทศล้มเหลว ทั้งเรื่องงบประมาณที่ทำให้เกิดความเสียหายประเทศเดินไปไม่ได้ตอนนี้ยังมีคดีอีก 700 ถึง 800 คดี ผมไม่ได้เป็นคนทำใครทำก็ไปรับกันเอง"                  

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้ถามข้าราชการและประชาชนที่ร่วมงานว่า "มีอะไรจะถามหรือไม่ มีใครสงสัยมีใครไหมเข้าใจและไม่ชอบคสช.หรือไม่ เมื่อไหร่มันจะไปเสียที ขอให้บอกมา" โดยมีเสียงตอบจากผู้ร่วมงานกลับมาว่า " ขอให้นายกอยู่ต่อ" โดยพล.อ.ประยุทถึงกับกล่าวว่า "ไอ้นี่หาเรื่องอีกแล้ว ผมรู้ว่าให้กำลังใจ แต่บางทีคนที่ไม่ชอบเขาก็มาว่าผมแทนแต่มันก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย"

โอดถูกต่างประเทศแบล็คลิสต์ห้ามเข้า ฐานเป็นหัวหน้าคสช. บอกไม่แคร์ขอบริหารงานให้คนไทย

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต่างชาติยังค้าขายกับเราเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ให้ตนเดินทางไปเยือนเพียงคนเดียว เพราะตนเป็นหัวหน้าคณะคสช. แต่ปัญญารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนต่างประเทศได้หมด ไปค้าขายทุกประเทศ คิดถึงจิตใจตนบ้าง แต่ตนก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะอยากอยู่กับคนไทย นั่งบริหารในประเทศแล้วเอาคนอื่นไปทำ ขณะที่มีแขกต่างประเทศเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลทุกวันวันนี้ก็มีมา เขามาค้าขายชื่นชมบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เขาเห็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ เห็นช่องทางที่จะเข้ามา 

                     นายกฯปลูกต้นยางนา นำร่องประชารัฐร่วมใจ

ขู่หาตัวคนปล่อยข่าวเลิก 30 บาท ซัดเล่นไม่เลิก ต้องเจอปรับทัศนคติ 

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่คสชเข้ามามีกว่า 100 กิจกรรมเขามองแล้วเห็นว่าดีก็จะมาร่วมโดยเฉพาะการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์เขา เพราะมาตามสัญญาที่มีอยู่เดิม เพื่อให้โครงการต่างๆเกิดเร็วขึ้น ลำพังรัฐบาลทำคงไม่พอเนื่องจากงบลงทุนมีไม่มาก ทั้งโครงการรถไฟ รถเมล์ รัฐบาลต้องดูแลประชาชนแต่ถ้าต้องใช้งบประมาณมากขึ้นต้องทำอย่างไร จึงต้องหาวิธีการรวมถึงโรงพยาบาลจะทำอย่างไรไม่ให้เขาเจ๊งนั่นคือปัญหาที่เราเจอ ประชาชนอาจจะเจอปัญหาการรักษาพยาบาลไม่ดีแต่ตนเจอปัญหาโรงพยาบาลจะเจ๊ง เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานกันไม่ไหว

           "ผมอยากให้ประชาชนออกกำลังกายกันให้มากขึ้นจะได้ปวดหัวกันน้อยลง การรักษาพยาบาลก็จะลดลง จะได้มีเงินไปดูแลส่วนอื่น ผมไม่เคยลดอะไรเลย มีแต่หาเงินเพิ่ม อย่าไปเชื่อไอ้ใครที่บอก ว่าจะลดโน้นลดนี่ ลดโครงการ 30 บาทหรือบัตรทอง พามาหาผมหน่อย ต้องพูดคุย ปรับทัศนคติกันนิดหน่อย นิสัยแบบนี้ไม่ยอมเลิก เล่นไม่เลิก แต่ผมจะทำให้เต็มที่จะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นผมว่ามันเป็นลิขิตที่ผมมายืนตรงนี้เพราะถูกลิขิตมาอะไรจะเกิดต่อไป จะเป็นลิขิตของประเทศไทยว่าจะเจริญหรือไม่เจริญ จะล่มสลายหรือไม่ล่มสลายอยู่ที่มือคนไทยทุกคน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนขอขอบคุณข้าราชการที่เสียสละ และเหน็ดเหนื่อย ขอให้บริหารราชการเพื่อการปฏิรูปให้ดีที่สุดและเร็วที่สุดไม่มีการทุจริต รัฐบาลนี้ให้งบประมาณดูแลทุกจังหวัด ทุกภาค และในปีนี้ก็ให้งบประมาณลงพื้นที่มากกว่าเดิม


ลั่นชาติ-ยุทธศาตร์ชาติต้องอยู่

           นายกฯกล่าวว่า เรื่องน้ำต้องมีฝนตกอย่างพอเพียง ขอบคุณเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การปลูกพืช เรามีการชะลอปล่อยน้ำมาจากเหนือ เพราะน้ำเหนือมาเยอะ ไม่อย่างนั้นคนข้างล่างตายทั้งขึ้นทั้งล่อง ต้องรู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน บางอย่างตนขอเลยถ้าทำแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้ายังขัดแย้ง ก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม คิดแต่จะเอาโน้นเอานี้ ทุกคนไม่ยอมเสียอะไรเลย แล้วมันจะไปสร้างได้อย่างไร ทั้งเรื่องขยะ ระบบกลบฝัง เรื่องพลังงานไฟฟ้า ขยะพิษ ขอบคุณทุกคนที่มา ขอให้เป็นปึกแผ่น อยากเห็นรอยยิ้ม ใครจะอยู่หรือไม่อยู่ ประเทศไทยต้องอยู่ ยุทธศาสตร์ชาติต้องอยู่

           ต่อมา นายกฯและคณะ ได้ร่วมกันปลูกต้นเพื่อเป็นการเริ่มต้นโครงการ โดยนายกฯได้ปลูกต้นยางนา จากนั้นได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ.