
ค้นยาเสพติดรถขนเปลือกไม้ก่อจากพม่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจค้นรถบรรทุกเปลือกไม้ก่อ ที่เข้าไปขนสินค้าถึงชายแดน หวั่นมีสิ่งผิดกฎหมายเจือปน
4 ส.ค. 60 เมื่อเวลา 11.45 น. พ.ต.อ.ธนพล บินทปัญญา ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จาก หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 32 กรมป่าไม้ , เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและปราบปราม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน , เจ้าหน้าที่อุทยานถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ , เจ้าหน้าที่จากกองร้อย ตชด.336 ปางหมู , เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.กก.4.ปทส.) และชุดสุนัขดมกลิ่นยาเสพติด จากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 17 ทำการตรวจค้นรถบรรทุกเปลือกไม้ก่อ หมายเลขทะเบียน 80-2148 แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นของ นายเกรียงศักดิ์ พรนันท์ประภา อดีต ส.อบจ.แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ รถคันดังกล่าว ทางศุลกากรมีหลักฐานว่า เดินทางเข้าไปขนลำเลียงเปลือกไม้ก่อ บริเวณชายแดนช่องทางบ้านดอยแสง หมู่ 13 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จนทำให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งให้ทำการตรวจค้นหายาเสพติด ซึ่งจากการตรวจค้นในรถคันดังกล่าว ไม่พบสิ่งเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด
สำหรับสินค้าเปลือกไม้ก่อนำเข้าจากสหภาพเมียนมาอีก 3 คัน คือ รถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-6380 ลำปาง , รถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-7989 เชียงใหม่ และรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-6760 เชียงใหม่ เป็นรถบรรทุกที่มาจอดรอสินค้าที่ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน ซึ่งไม่ได้ข้ามผ่านเขตอุทยาน ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดเฉพาะสินค้าเปลือกไม้ก่อ ส่วนรถบรรทุกได้คืนให้แก่เจ้าของรถเพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทำการชั่งน้ำหนักใหม่ ด้วยการให้ชั่งสินค้าทีละมัด เพื่อความโปร่งใสและห้ามใช้การชั่งแบบตาชั่งสำหรับรถบรรทุกที่ขึ้นชั่งทั้งลำ สำหรับคดีการลอบนำเข้าเปลือกไม้ก่อจากสหภาพเมียนมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีการใช้รถกระบะ จำนวน 10 คัน ข้ามผ่านเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ เข้าไปในเขตสหภาพเมียนมาเพื่อบรรทุกสินค้าและลำเลียงมาใส่ในรถบรรทุกฝั่งไทย โดยมีแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้อพยพในศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบชาวคะยา บ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางผ่านเขตไทยเข้า-ออกระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งผิดกฎหมายคนเข้าเมืองและจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไปควบคุมบุคคลเข้า-ออก ณ ช่องทางดังกล่าว โดยจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม ตามคำสั่งของ รอง ผบ.ตร. ที่ได้สั่งการไว้
ในส่วนของช่องทางบ้านดอยแสง ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นช่องทางที่ปล่อยให้มีการส่งสินค้าเข้า-ออกระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับรัฐคะยา สหภาพเมียนมา มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมไปถึงกลุ่มต่างด้าวอิทธิพลที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เข้าไปทำธุรกิจใต้ดิน ส่งยานพาหนะไปขายให้กับพม่า โดยที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ยอมประกาศเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า และมีสินค้าจำนวนมากที่สำแดงว่า เป็นสินค้าที่ผ่านช่องทางห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และมีการจัดเก็บภาษีศุลกากรของด่านศุลกากรว่านำเข้าช่องทางห้วยผึ้ง แต่ข้อเท็จจริง เป็นการนำเข้าช่องทางบ้านดอยแสง ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นคนละจุดกัน โดยที่หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน รับทราบในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี



