ข่าว

ศาลชี้อดีตที่ดินพังงามีคนทำให้เสียชีวิต

ศาลชี้อดีตที่ดินพังงามีคนทำให้เสียชีวิต

04 ส.ค. 2560

ศาลฟังผลแพทย์นิติเวชคนกลางชี้“ธวัชชัย อนุกูล”อดีตที่ดินพังงาตายจากของเเข็งกระเเทกตับเเตก-ขาดอากาศหายใจ ช่วงรุ่งสาง 31 ส.ค.59 แต่ไม่รู้ใครทำระหว่างถูกคุมห้องขัง

          4 ส.ค. 60 ศาลนัดฟังคำสั่งการขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่พบสภาพผูกคอด้วยถุงเท้าภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ส.ค.59 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ได้ยื่นคำร้องเป็นคดีหมายเลขดำ อช.4/2559 เมื่อวันที่ 15 พ.ย.59 ที่ผ่านมาซึ่งอัยการขอให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 และ 150  แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด และใครเป็นผู้ทำ ระหว่างบุคคลนั้นถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหาของดีเอสไอได้ถึงแก่ความตาย โดยศาลก็ได้ทำการไต่สวนพยานนับตั้งแต่ต้นปี 60 เป็นต้นมา และวันนี้เป็นการนัดฟังคำสั่งครั้งที่ 2 หลังจากเลื่อนมาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจากการทำคำสั่งยังไม่แล้วเสร็จ

            โดยศาลมีคำสั่งว่า ผู้ตาย คือนายธวัชชัย อนุกูล เสียชีวิตที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 31 ส.ค.59 เวลา 04.43 น. เหตุและพฤติการณ์เสียชีวิต สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ ระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่

            ซึ่งรายละเอียดคำสั่งนั้น ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ดีเอสไอ ร่วมกันจับกุมนายธวัชชัย ตามหมายจับของศาลอาญาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แล้วนำตัวไปยังห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมชั้น 6 อาคารดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยระหว่างการควบคุมนายธวัชชัยมีอาการหมดสติ มีถุงเท้ารัดอยู่ที่คอซึ่งผูกติดกับบานพับประตูในห้องควบคุม เจ้าพนักงานที่ควบคุมอ้างว่านายธวัชชัยใช้ผูกคอ จึงทำการช่วยเหลือกู้ชีพเบื้องต้นและแจ้งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมานายธวัชชัยถึงแก่ความตาย โดยพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง , เจ้าหน้าที่นิติเวช , เจ้าพนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมชันสูตรพลิกศพพบว่า สาเหตุการตายเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

            กรณีจึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าเหตุและพฤติการณ์การตายเป็นอย่างไร ซึ่งศาลได้ความจากนายชยพล หวานชะเอม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (หัวหน้างานควบคุมผู้ต้องหา) , พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ( รองหัวหน้าควบคุมผู้ต้องหา) และนายสมมาส นาควงษ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้องควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ว่า ได้ควบคุมตัวนายธวัชชัยมาโดยตลอด จนเวลาประมาณ 01.00 น. พบนายธวัชชัย นั่งหมดสติอยู่ในห้องควบคุม มีถุงเท้ารัดบริเวณคอและบานพับประตูจึงดำเนินการช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ มารับตัวทำการกู้ชีพ

           โดยเมื่อศาลพิจารณาสภาพศพผู้ตายตามเอกสารพบว่ามีสภาพเป็นรอยแดงผ่านลูกกระเดือกซึ่งได้ความจาก พ.ต.อ.นพ.อนุราช จิตศิลป์ ผู้ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุว่าร่องรอยดังกล่าวจะพบในกรณีที่ผู้ตายถูกผู้อื่นกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผูกคอตายนั้นจะพบรอยแดงบริเวณเหนือลูกกระเดือกรัดใต้คาง พาดผ่านไปทางหลังใบหูทั้งสองข้าง นอกจากนี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ( ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ) ผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพเบิกความประกอบผลการตรวจพิสูจน์ว่าพบบาดแผลช้ำบริเวณท้อง 3 แห่ง ซึ่งเกิดก่อนเวลาที่นายธวัชชัยจะถึงแก่ความตายและเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทกมีแรงกระทำมากพอสมควรโดยเฉพาะบาดแผลบริเวณกลางท้องจนทำให้เกิดรอยช้ำที่ขั้วลำไส้ที่จะมีผลทำให้ผู้ตายมีอาการเจ็บจุกเป็นอย่างมาก 

            และพบว่ากล่องกระดูกเสียงหักทั้งสองข้างซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือกและยังพบบาดแผลกดรัดบริเวณคอด้านหน้าขนาดกว้าง 0.5 ซม.บาดแผลเฉียงขึ้นไปทางด้านหลังที่น่าจะเกิดจากมีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย ซึ่งถุงเท้าของกลางไม่น่าสามารถทำให้เกิดรอยรัดดังกล่าวได้ และจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้นโดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่จากการตรวจศพที่พบผู้ตายมีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหักนั้นทำให้ทราบว่าเกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตายและอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย 

             ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมากและมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี อาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกันโดยเลือดออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้และตับที่แตกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก โดยตรวจสอบกล้องจุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรงสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้ ศาลเห็นว่า พยานผู้ตรวจพิสูจน์ดังกล่าว เป็นพยานคนกลางไม่มีส่วนได้เสียในคดีและเบิกความตามหลักวิชาการ จึงมีน้ำหนักรับฟัง

              ศาลจึงเห็นว่าสาเหตุการตายเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ และเมื่อการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำจึงอาศัยเหตุผลดังคำวินิจฉัย ศาลจึงมีคำสั่งว่า ผู้ตายคือนายธวัชชัย อนุกูล เสียชีวิตที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่  31 ส.ค.59 เวลา 04.43 น. โดยเหตุและพฤติการณ์ของการเสียชีวิต คือสืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ ขณะอยู่ระหว่างความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่

          โดยศาลมีคำสั่งให้ ส่งสำนวนการไต่สวนชันสูตรเหตุการณ์เสียชีวิตของนายธวัชชัยนี้ ส่งกลับไปยังพนักงานอัยการ ผู้ร้องเพื่อดำเนินการต่อไป

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งชันสูตรพลิกศพ เมื่อศาลมีคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 แล้ว คำสั่งของศาลนี้ถือเป็นที่สุด ซึ่งศาลจะต้องส่งสำนวนการไต่สวนให้พนักงานอัยการ เพื่อส่งกับพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป