
แค่นี้ก็เกินกว่าใครแล้ว
กลายเป็นว่า การเลื่อนตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ออกไปแบบไม่มีกำหนด เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี
เพราะหลายคนอยู่ในอาการ "รักตัวกลัวตาย" ไม่พร้อมที่จะร่วมหัวจมท้าย ในการเลือก ผบ.ตร.กระทั่งร่วมบริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป นี่จึงเป็นทางที่ต้องเลือก
ปล่อยให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการในตำแหน่ง ผบ.ตร.ต่อไปจนเกษียณ
จากนั้นค่อยใช้ศาสตร์และศิลป์และชั้นเชิงการเมืองตั้งรักษาการ ผบ.ตร.คนใหม่มาแทน
รอจนกว่าเรื่องราวที่ร่ำลือนั้นจะมีการยืนยันและถกหาเหตุผลว่า ใครดีที่สุด เหมาะสมที่สุด สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้
เพื่อชาวบ้าน 60 ล้านคน และเพื่อตำรวจอีกร่วม 2 แสนนาย ที่เพิ่งจะสดซิงกับโครงสร้างใหม่ ที่ชาวบ้านเองก็มุ่งหวังว่า เมื่อสีกากีได้หัวใหม่แล้วการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปด้วยความเป็นธรรม
ไม่ใช่เป็นฐานค้ำยันให้การเมือง เหมือนเมื่อครั้งยุคระบอบทักษิณเฟื่องฟู
ชื่อ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า อุทิศชีวิตการงานเพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลใด หรือพรรคการเมืองใด ที่ฉกฉวยเอาช่วงชุลมุนขี่กระแสเอาประโยชน์ อ้างบุญคุณเพื่อหวังให้เกิดการตอบแทนในภาคหน้า
เมื่อการเดินไปตามระบอบต้องติดขัดคับข้อง ก็เหลือเพียงทางเดียวก็คือใช้วิธีที่การเมืองถนัด ด้วยการยืดระยะออกไปรอให้หมอกควันเจือจาง
เห็นกันชัดๆ มีสติแล้วค่อยถกหาเหตุหาผล
ณ เวลานี้ หากนายกฯ อภิสิทธิ์ คิดจะตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ไปอีก สักปีหรือ 2 ปี ก็คงไม่มีใครว่า !
หรือเมื่อได้จังหวะ นายกฯ อภิสิทธิ์ อาจตัดสินใจยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทิ้งภาระการตั้ง ผบ.ตร.ให้รัฐบาลใหม่ ก็ยังไม่มีส่วนใดที่เรียกว่า ผิดกติกา
สำหรับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ที่แม้จะไม่ได้เป็น ผบ.ตร.ตัวจริง..แต่เท่านี้ก็น่าภาคภูมิใจมากแล้วมิใช่หรือ
จะมีใครล่ะที่ได้รับแรงผลักดันจากนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้รับโอกาสเช่นนี้มาก่อน
เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ที่แม้จะไม่ได้เป็น แต่ก็ได้รู้แล้วว่า ยังมีคนอีกหลายคนที่ห่วงใยให้การสนับสนุน
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เพียงแค่วาสนา บารมี หากแต่สิ่งที่ได้ทำได้แสดงตั้งแต่หนหลังมาจนทุกวันนี้นี่แหละคือส่วนสำคัญ จะเป็นแรงหนุนส่ง หรือจะกลายเป็นขวากหนามกางกั้นไว้เบื้องหน้า
ใครจะอย่างไรไม่รู้ แต่เชื่อว่าทั้งสองคงจะรู้และเข้าใจกว่าใครอื่น
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



