ข่าว

วิบากกรรมซ้ำซาก

วิบากกรรมซ้ำซาก

19 ก.ย. 2552

วันนี้ชาวบ้านแหกขี้ตา ล้างหน้าเสร็จ ต้องนั่งรอฟังข่าวลุ้นหน้าจอทีวี ว่ามวลชนเสื้อแดงรวมตัวกันวันนี้จะมีกี่หมื่นคน และการชุมนุมจะเกิดความรุนแรง คนเลือดตกยางออก และนำไปสู่สภาวะเลวร้ายถึงขั้นรัฐบาลล่มได้หรือไม่

 แน่นอน พวกที่ต้องการให้รัฐบาลพังพาบ คือขบวนการเสื้อแดง สปอนเซอร์ทั้งหลายที่ร่วมลงขันจัดกฐินสามัคคีเพื่อเตะตัดขาสกัดดาวรุ่งมาร์ค ไม่ให้อยู่รอด จนแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ นั่นจะทำให้คนหนีคุกและกำลังจะเข้าคุกตายทั้งเป็น

 ที่ผ่านมาดาวรุ่งมาร์คเผชิญภัยสารพัด รวมทั้งการพยายามปิดล้อมรถ สังหารกลางถนน และภายในกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยมีผู้นำไทยคนไหนต้องเจอแบบนี้มาก่อน ถ้าเป็นเด็กเรียนวิชาการเมือง ต้องได้ปริญญาดอกเตอร์ทุกสาขาแน่

 อายุเพียง 45 ต้องมารับสภาพแรงกดดันสารพัดทิศ เหมือนว่ายน้ำอยู่ในดงฉลามร้าย จะขึ้นฝั่งก็มีทั้งเสือและจระเข้รอเขมือบอยู่

 ที่น่าเจ็บใจ 2 คนอยู่ค่ายเดียวกันแท้ๆ ถือหอกรออยู่บนฝั่ง แทนที่จะช่วยเล่นงานเสือและจระเข้ ก็จ้องจะเอาหอกเสียบดาวรุ่ง ให้สมบทบาทหอกข้างแคร่

 เจอเข้าแบบนี้เซียนการเมืองบอกว่า “รอดยาก” แม้ว่ายังดิ้นรน คงไปไม่ได้สักกี่น้ำ หมดสภาพ เว้นแต่จะมียาโด๊ปพิเศษ เสริมพลัง เปิดก๊อกใหม่ให้สู้ต่อได้

 ถ้าไม่ใช่ปาฏิหาริย์ ก็คงน้องๆ ประสบการณ์พิสดารนั่นแหละ !

 นอกจากปัญหาม็อบเสื้อแดง ซึ่งประกาศอย่างคึกคักว่าจะเป็น “วันมามาก” นองแดงเถือกทั้งแผ่นดินแล้ว ดาวรุ่งมาร์คยังเจออุปสรรคในรูปแบบของ “เงื่อนไขพิเศษ” ทำให้ความพยายามตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ยากหนักหนาสาหัสเกินทน

 เป็น “อภิมหาตอ” เกินกว่าชาวบ้านธรรมดาจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และทำให้ต้องกลายมาเป็นประเด็นยื้อ ประลองอำนาจ ระหว่างความเปิดเผย กับเร้นลับ

 นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับเกมอำนาจครั้งนี้ทำให้ผู้นำรัฐบาลสูญเสียสถานภาพ ประสบภาวะความเสื่อม เมื่อข้าราชการ รัฐมนตรีร่วมรัฐบาล และแกนนำพรรคเดียวกันยังไม่ยอมยืนอยู่ข้างเดียวกัน แล้วจะให้ผู้นำบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร

 หรือประกาศเอาใจออกห่างชัดเจน ไม่ยอมรับการนำของหัวหน้าพรรค ?

 การเมืองไทย ถ้าเล่นกันโดยไม่รู้จักแบ่งแยกหน้าที่ ความรับผิดชอบ ความควรหรือไม่ควร แล้วจะหวังให้เกิดการพัฒนาได้อย่างไร ในเมื่อจิตสำนึก จริยธรรมขั้นพื้นฐาน โครงสร้างการจัดการ ใครเป็นผู้นำ ผู้ตาม ต้องชัดเจน และปฏิบัติตาม

  การสกัดดาวรุ่งมาร์คครั้งนี้นับได้ว่าเป็นอำมหิต ไม่เห็นแก่อนาคตบ้านเมือง โดยเฉพาะความหวังของประเทศในการวางรากฐานของประชาธิปไตย ว่าจะมีโครงสร้างสำหรับการพัฒนา ยกระดับของผู้มีส่วนร่วมให้ดีกว่าเดิม

 แต่แล้วเหมือนมีมารผจญ การเล่นนอกเกม ไม่คำนึงถึงกฎ กติกา ความถูกต้อง ทำให้การบริหารบ้านเมืองต้องพลาดจากทำนองคลองธรรม เมื่อการมุ่งเอาชนะอยู่ในระดับเอาเป็นเอาตาย ใช้อำนาจ อิทธิพลมืด สร้างความเสียหาย

 วันของการชุมนุมโดยกลุ่มคนเสื้อแดง และพวกอยากมีส่วนร่วมเพื่อให้รัฐบาลล่มนั้น จะเป็นการพิสูจน์อนาคตของบ้านเมืองว่าจะหักเหไปทิศทางใด

 ถ้าจะเล่มเกมป่วน ไม่คำนึงถึงความเสียหายของภาคเศรษฐกิจและสังคม ย่อมทำให้การเมืองต้องถอยหลังเข้าคลอง หลักการแห่งคุณธรรมไม่สามารถใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวใหันักการเมืองปฏิบัติ แต่ยังเลือกที่จะติดกับในวงจรอุบาทว์

 ที่ผ่านมาเรามีอำนาจนอกระบบ ขึ้นอยู่กับสภาพการเมือง การรัฐประหาร ทั้งล้มเหลวและสำเร็จล้วนเป็นพฤติกรรมของการเมืองถูกอำนาจนอกระบบทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยต้องสะดุดหยุดลง ผู้สืบทอดอำนาจไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

 การรัฐประหาร 19 กันยาฯ เป็นการ “เสียของ” อย่างชัดเจน เพราะรัฐบาลสืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหารไม่มีความกล้าหาญและเจตนารมณ์ในการวางรากฐานการเมืองให้แข็งแกร่ง ทำให้เชื้อชั่วของกลุ่มอำนาจเก่าฟื้นตัวได้อีก

 จากนั้นมีพฤติกรรมระยำตำบอนอย่างไร เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ประชาชน นอกเหนือจากการไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมวิญญูชนแล้ว ระบบรัฐบาลนอมินี หรือตัวแทนยังลดระดับการเมืองให้อยู่ในสภาพน่าสะอิดสะเอียน

 ทำให้เห็นชัดว่าการขาดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นเป็นฉันใด !

 เมื่อความผิดเพี้ยน ฝืนความต้องการของประชาชนนำไปสู่ความดันทุรังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงความถูกต้องดีงาม ทำให้รัฐบาลน่าสมเพชไม่สามารถต้านกระแสแห่งความชอบธรรม ทั้งยังเผชิญคดีอาญา

 แต่ก็นั่นแหละ ความพลิกผันของอุปสรรคแปรเปลี่ยน ทำให้ดูเหมือนว่าบ้านเมืองยังคงเผชิญเวรกรรมไม่สิ้นสุด เมื่ออำนาจนอกระบบทำให้เสียศูนย์ในการบริหารบ้านเมือง ความไม่ถูกต้องกลายเป็นอำนาจที่ถูกยัดเยียดให้ยอมรับ

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองใส่สีอะไร ก็ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยเป็นไปโดยไม่ราบรื่นแน่นอนนิ ! อิ อิ อิ !!!