ข่าว

เจ้าของรถหรูรวมตัวร้องดีเอสไอปลดอายัดรถ

เจ้าของรถหรูรวมตัวร้องดีเอสไอปลดอายัดรถ

04 ส.ค. 2560

เจ้าของลัมโบร์กินีรวมตัวร้องยธ.สั่งดีเอสไอปลดอายัดรถให้ซื้อขายได้ตามปกติระบุเชื่อมั่น"นิชคาร์"ทำธุรกิจถูกต้องยกคดีภาษีบุหรี่ขึ้นเทียบเคียงเลือกปฏิบัติไม่อายัด

 

          4 ส.ค.60 นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ตัวแทนผู้เสียหายจากการถูกอายัดรถยนต์หรูที่ซื้อจากบริษัทนิชคาร์ กรุ๊ป  80 คัน ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผ่านศูนย์บริการร่วมฯ โดยมีนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและความคุ้มครองในฐานะผู้บริโภค เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถยนต์หรูของบริษัทนิชคาร์ แต่ตกเป็นผู้เดือดร้อนจากการถูกอายัดรถของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้ไม่สามารถกระทำการใด ๆ ต่อทรัพย์สินของตนเอง ทั้งที่รถยนต์มีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิ์ในการจำหน่ายรถยนต์ของตนเอง โดยรถยนต์ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ครอบครองประกอบด้วยนักธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายอาชีพ รวมถึงรถยนต์ของนายปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดง 

          ทั้งนี้ ท้ายคำร้องกลุ่มผู้ครอบครองรถยนต์หรู ระบุว่า ในการดำเนินคดีสำแดงเท็จบุหรี่ยี่ห้อมาโบโร่ ดีเอสไอก็ดำเนินคดีกับผู้นำเข้าฐานสำแดงเท็จเท่านั้น ไม่ได้ยึดหรืออายัดบุหรี่ หรือรายได้จากการขายบุหรี่จากผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าที่นำไปจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป และไม่ได้ยึดหรืออายัดบุหรี่ที่ประชาชนซื้อไปสูบแต่อย่างใด กลุ่มผู้ซื้อจึงเห็นว่าการอายัดกระทบต่อเสรีภาพบุคคลที่สุจริตอันพึงมีในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครองครองที่ซื้อรถนำเข้าโดยสุจริต ดีเอสไอควรปราบปรามกับผู้กระทำความผิดไม่ใช่ซ้ำเติมเหยื่อให้ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเพิ่มไปอีกจนไม่รู้จบ

            นายโอภาส กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายขอให้ดีเอสไอถอนอายัดเพื่อนำรถไปขายต่อ โดยตนได้ซื้อรถลัมโบร์กินี รุ่นเวนทาดอร์ มาในราคาปกติในราคาประมาณคันละ 40 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่าเป็นราคาที่สูงอยู่แล้วน่าจะมีการเสียภาษีแล้ว และรถราคานี้ก็มีการซื้อ ๆ ขาย ๆ กันเป็นปกติ เพราะถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ตนก็มีรถหรูเพียงคันเดียว ตั้งใจจะประกาศขายเมื่อผ่อนหมด แต่ดีเอสไอกลับแจ้งว่ารถตนจะถูกอายัด เบื้องต้นยังไม่ได้เข้าเรียกร้องกับทางบริษัทนิชคาร์ เพราะให้เกียรติบริษัทอีกทั้งก่อนซื้อได้ตรวจสอบแล้วว่าบริษัทเปิดกิจการนานกว่า 30 ปี และเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีรายเดียวในประเทศไทย จึงเชื่อว่าจะไม่ดำเนินการผิดกฎหมาย โดยขอให้ดีเอสไอเร่งสอบสวนคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากบริษัทนิชคาร์ฯ มีความผิดก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย กลุ่มผู้ครอบครองรถไม่ขอก้าวก่าย 

          ตัวแทนผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง ( ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ) กล่าวว่า สาเหตุที่มาร้องเรียนเพราะกลุ่มผู้ครอบครองซื้อรถอย่างถูกต้องบริสุทธิ์ใจด้วยราคาที่เป็นกลาง และผ่านการประเมินภาษีจากกรมศุลกากรแล้ว แต่มีแนวโน้มว่ารถยนต์จะถูกอายัดห้ามซื้อขาย ทำให้ได้รับความเสียหาย สิ่งที่ต้องการเรียกร้องคือขอให้ปลดอายัด เพราะสัญญาอายัดรถที่ดีเอสไอให้ทำคือห้ามจำหน่ายจ่ายโอน พร้อมกำหนดด้วยว่าหากรถที่เก็บรักษาสูญหายหรือชำรุดบกพร่องต้องชดใช้เป็นค่าปรับสูงสุด 15 ล้านบาท หรือแม้ดีเอสไอไม่อายัดรถไว้ผู้ครองครองก็สามารถขับได้อย่างเดียว ไม่สามารถขายรถได้ ซึ่งผู้เสียหายควรได้ใช้งานและขายต่อรถได้ตามปกติ 

ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ครอบครองได้ซื้อรถในราคาเต็มและไม่ทราบว่ามีการสำแดงเท็จหรือเสียภาษีต่ำหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าราคารถยนต์ที่ซื้อก็แพงมาก ถ้าเป็นประเทศอื่นเงินจำนวนนี้สามารถซื้อรถรุ่นเดียวนี้ได้ถึง 3 คัน ทำให้เกิดความกังวลว่ากว่าคดีจะสิ้นสุดต้องใช้เวลากี่ปี บางคนอาจรอไม่ไหว จึงต้องขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ โดยปัจจุบันรถยนต์บางคันไม่สามารถต่อทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ และเท่าที่ทราบขณะนี้มีรถถูกอายัด 80 คัน โดยมีผู้ร่วมลงชื่อร้องเรียน 15-20 คน ยอมรับว่าบางคนมีรถในครอบครอง 3-4 คัน ตอนนี้สับสนว่ารถที่ซื้อมาเป็นการสำแดงเท็จหรือถูกโจรกรรม เพราะไม่มีความชัดเจน และรถที่ถูกอายัดก็มีเฉพาะรถลัมโบร์กินี่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทก็ไม่เคยชี้แจง บอกแต่เพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการคดียังไม่สิ้นสุด 

           นายธวัชชัย กล่าวว่า กรณีการยึดอายัดรถยนต์หรูมีผู้เสียหายหลายกลุ่มทั้งกลุ่มรถเกรย์มาร์เก็ต รถยนต์หรูจดประกอบ ซึ่งมีลักษณะการยึดอายัดที่แตกต่างกันโดยผู้ร้องเชื่อว่าซื้อรถมาโดยสุจริต ไม่รู้เห็นในขั้นตอนของบริษัทในการนำเข้า ส่วนข้อร้องเรียนที่ผู้ครอบครองรถยนต์หรูที่ซื้อจากบริษัทนิชคาร์ฯ ร้องขอก็จะรับเรื่องไว้และประสานกับผู้บริหารดีเอสไอ  ปลัดกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรว่าจะดำเนินการอย่างไร จะผ่อนปรนการอายัดรถได้ในระดับใด เพราะรถถือเป็นวัตถุพยานในคดีดังกล่าว จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ  ทั้งนี้ ในส่วนคดีทราบว่าภายในเดือนส.ค.นี้ ดีเอสไอจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกว่า 30 คดี

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ครอบครองรถได้แจ้งก่อนหน้านี้ว่าจะนำรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ที่ซื้อจากบริษัทนิชคาร์ฯ และถูกดีเอสไออายัดมาแสดงต่อสื่อด้วย แต่กลับเปลี่ยนใจไม่นำมาโดยแจ้งว่าเกรงจะถูกหมั่นไส้