
อภิสิทธิ์มอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น
(18ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน 5 ปีติดต่อกัน (พ.ศ. 2548- พ.ศ. 2552) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล จัดโดยกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีผู้แทนสถานประกอบกิจการเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน 5 ปีติดต่อกัน (พ.ศ. 2548- พ.ศ. 2552) จำนวน 48 แห่งแก่ตัวแทนสถานประกอบกิจการ จากนั้นได้กล่าวแสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการทุกแห่งที่สามารถผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้ได้รับรางวัลทั้งรางวัลประจำปีและรางวัลเชิดชูเกียรดีเด่น 5 ปีติดต่อกันพร้อมทั้งขอให้สถานประกอบกิจการตระหนักถึงคุณค่าของรางวัลที่ได้รับ เพราะเป็นรางวัลที่ให้สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของทัศนคติ แนวคิดของผู้ประกอบการที่เห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายใน และวิธีการร่วมงานกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยขอให้ยึดถือปฏิบัติเป็นแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างยั่งยืนต่อไป
นายกฯกล่าวถึงเรื่องสวัสดิการที่ดี และเรื่องแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทั้งสองด้านนี้เป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงแต่เป็นกุญแจไปสู่การแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่หมายถึงการเป็นแนวทางที่สำคัญสำหรับการพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจและธุรกิจในระยะยาวในลักษณะที่ยั่งยืน
ดังนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบแรกของรัฐบาลจึงมุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีความยากลำบากที่สุดในสังคม คือตั้งแต่ภาคเกษตรกรจนถึงภาคแรงงาน ทั้งคนที่ว่างงานและถูกเลิกจ้าง โดยมีทั้งโครงการต้นกล้าอาชีพ เช็คช่วยชาติ เรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งมาตรการเชิงรุกของกระทรวงแรงงานในเรื่อง 3 ลด 3 เพิ่ม และการปรับปรุงในเรื่องของสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะระบบประกันสังคม การขยายเวลาในการรับประโยชน์ทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างด้วย
นายกฯได้เน้นย้ำว่าการที่ผู้ประกอบการสามารถจัดระบบสวัสดิการที่ดีให้ผู้ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ จะเป็นแนวทางที่ทำให้องค์กรนั้นสามารถที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้หากเราคิดว่าการประกอบการที่จะประสบความสำเร็จคือความพยายามที่จะพึ่งการมีต้นทุนต่ำ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของสิทธิของลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงาน ถือเป็นความคิดที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยอีกต่อไป และสิ่งสำคัญคือหากเรามีระบบสวัสดิการและระบบการพัฒนาบุคลากรที่ดีแล้ว จะเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับองค์กรนั้น ๆ ในการทำงานต่อไปในระยะยาว และสามารถที่จะทำให้ความสำเร็จในการประกอบการนั้นเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสถาบันครอบครัว คือเรื่องสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กเล็ก และจะเพิ่มมาตรการในการจูงใจให้สถานประกอบการต่าง ๆ ได้สามารถมีสวัสดิการในส่วนนี้ได้ด้วย และเป็นแนวทางหนึ่งที่จะส่งเสริมในเรื่องของแรงงานสตรี ตลอดจนการขยายสิทธิและสวัสดิการในเรื่องการรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมคู่สมรสและบุตร เพื่อที่จะให้สวัสดิการและหลักประกันของผู้ใช้แรงงานมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จะยังมีเป้าหมายขยายสวัสดิการออกไปสู่แรงงานนอกระบบด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องของแรงงานสัมพันธ์มีความสำคัญมาก เพราะหากแรงงานสัมพันธ์ไม่ดี ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นสูง และยังเป็นการซ้ำเติมในเรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศ และความสามารถในการดึงดูดการลงทุนในอนาคตด้วย เพราะฉะนั้น จะทำอย่างไรให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปอำนวยความสะดวกให้การพูดคุยกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง สามารถแก้ไขปัญหาได้ในลักษณะที่ไม่กระทบกระเทือน และไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบแรงงานสัมพันธ์ต้องเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง และอยู่บนพื้นฐานของจิตใจของทุกฝ่ายที่มุ่งมั่นตั้งใจที่จะร่วมมือกัน และมองเห็นว่าการอยู่ในองค์กรเดียวกันนั้นที่สุดแล้วต้องมีเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการพัฒนาระบบแรงงานสัมพันธ์ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของการประกอบการในสถานประกอบการของไทยที่จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
นายกฯย้ำถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นพลเมืองที่อยู่ร่วมกันในสังคม เพราะนั่นคือการเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของคนอื่น และความพยายามที่จะเข้าใจความแตกต่าง ความหลากหลายที่เป็นธรรมชาติของทุก ๆ องค์กรและทุก ๆ สังคม และเชื่อว่าทุกคนที่ได้รับรางวัลในวันนี้คงจะสามารถที่จะเพิ่มพูนและพัฒนาทั้งสองสิ่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และจะมีส่วนสำคัญในการที่จะนำพาประเทศชาติบ้านเมืองให้สามารถก้าวพ้นวิกฤตและเดินไปข้างหน้า และลดความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้ด้วย



