
เปลือกก่อพ่นพิษลากยาว !! ‘ศรีวราห์’ เตรียมสอบเอง
ประชุมด่วนศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องการนำเข้าเปลือกไม้ก่อ อ้างกระทบนักธุรกิจ ไม่สนข้อกฎหมาย
2 ส.ค. 60 เมื่อเวลา 10.00 น. นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 6/2560 ณ ห้องประชุมขุนลุมประพาส ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวาระประชุมเป็นการเร่งด่วนคือ การนำเข้าเปลือกไม้ก่อจากสหภาพเมียนมา ที่ถูกหน่วยป่าไม้และตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ทำการอายัดสินค้าและสอบที่มาของสินค้าที่ไม่ตรงกับรายการเสียภาษี รวมไปถึงการสอบที่มาของใบรับรองจากรัฐบาลสหภาพเมียนมา ว่าถูกต้องหรือไม่ โดยในการประชุมดังกล่าวมีการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด สรุปทางจังหวัดจะออกหนังสือแถลงการณ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนในเร็วๆ นี้
นายเล็ก วงษา ผอ.ส่วนป้องกันและปรามปราม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังการประชุมของศูนย์สั่งการชายแดน พบว่า เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานมองประเด็นด้านการจับกุมว่าส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจ แต่ไม่ได้มองที่การปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้อกฎหมายแต่อย่างใด และมีการใช้คำพูดหยาบคายต่อหัวหน้าส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุมอีกด้วย ล่าสุด ตนได้ทำการแจ้งเรื่องแก่ พ.ต.ท.วรธันย์ เครือจันต๊ะ รอง ผกก.(สส.) หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าของคดีอายัดสินค้านำเขาจากเมียนมา ว่า ใบเอกสารที่ผู้ประกอบการนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเอกสารรับรองว่าเป็นสินค้าจากสหภาพเมียนมา ว่าเป็นเอกสารที่ออกจากรัฐบาลเมียนมา เป็นเอกสารจริงหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะได้ไปประกอบกับสำนวนคดีอายัดสินค้าดังกล่าวต่อไป
ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เปิดเผยต่อไปว่า การปฏิบัติหน้าที่ของชุดจับกุมที่ประกอบไปด้วย นายทวีชัย กันทใจ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 32 กรมป่าไม้ , ร.ต.ท.หาญณรงค์ แตงน้อย , ร.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ วรวัฒน์วิทยากุล , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปรามปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคำสั่งของศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ระบุให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าประเภทไม้ จากสหภาพเมียนมา ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน , หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 17 , ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน , สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมตรวจสอบสินค้านำเข้าจากสหภาพเมียนมา เมื่อสินค้ามาถึงบริเวณช่องทางชายแดน แต่เมื่อพบเอกสารที่ทางด่านศุลกากรนำมาแจกจ่ายให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ พบมีการเสียภาษีจากสินค้ายอด 80,000 กก. ขณะที่คนขับรถซึ่งรับจ้างบรรทุกสินค้าให้ข้อมูลไม่ตรงกันกับทางด่านศุลกากร ทางชุดปฏิบัติการ ฯ จึงสอบถามไปยังด่านศุลกากร แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ ทางชุดปฏิบัติการ ฯ จึงไม่สามารถที่จะออกใบเบิกทางให้กับสินค้าได้ เนื่องจากหากออกใบเบิกทางไปแล้ว เกรงจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญา และเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงได้มีการอายัดสินค้าทั้งหมดไว้ก่อน ล่าสุด ทางชุดปฏิบัติการ ฯ ได้ทำการแจ้งข้อความแก่ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เรื่อง ให้ตรวจสอบเอกสารของทางการเมียนมา ที่ผู้ประกอบการนำเข้าเปลือกไม้ก่อนำมาแสดง ว่าเป็นเอกสารที่ออกจากรัฐบาลเมียนมาหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะได้นำประกอบสำนวนในคดีอายัดสินค้า และเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการต่อไป
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (บก.ปทส.) ระบุว่า เรื่องการอายัดเปลือกไม้ก่อ ที่เป็นสินค้านำเข้าจากเมียนมา พบพิรุธหลายด้าน และจากการสืบสวนในทางลับพบว่า ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมของศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีกลุ่มบุคคล 3 คน ได้พบปะกันและตกลงเรื่องผลประโยชน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทางหน่วยได้ข้อมูล ยังมีเรื่องการสำแดงสินค้าจากเมียนมาเข้ามาในไทยโดยผิดช่องทางที่นำเข้า อาทิ สินค้านำเข้าจากช่องดอยแสง แต่มีการสำแดงว่านำเข้าช่องทางห้วยผึ้ง เป็นต้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานให้กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็น ผบ.ควบคุม บก.ปทส.โดยตรง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (3 ส.ค.) ทางรอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาสอบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย
เรื่องเดิมก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.00 น. นายเล็ก วงษา ผอ.ส่วนป้องกัน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายทวีชัย กันทใจ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 32 กรมป่าไม้ , ร.ต.ท.หาญณรงค์ แตงน้อย , ร.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ วรวัฒน์วิทยากุล , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปรามปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และ จนท.ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปยังด่านศุลกากรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้ทำการอายัดเปลือกไม้ก่อ หรือ ไม้สีเสียด จำนวน 40,000 กก.บนรถบรรทุก 10 ล้อและพ่วง รถ 10 ล้อ จำนวน 3 คัน และพ่วงอีก 1 ลำ ขณะเตรียมจะลำเลียงส่งไปยังต่างจังหวัด
จากนั้นได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วรธันย์ เครือจันต๊ะ รองผกก.สส.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตาม ปจว.ข้อ 6 วันที่ 1 ส.ค. 60 เพื่อให้ดำเนินการอายัดสินค้านำเข้า จากสหภาพเมียนมา เป็นเปลือกไม้ก่อ บนรถบรรทุกจำนวน 4 คัน ประกอบด้วย รถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-6380 ลำปาง , รถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-2148 แม่ฮ่องสอน , รถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-7989 เชียงใหม่ และรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-6760 เชียงใหม่ ที่บรรทุกสินค้าเปลือกไม้ก่อไว้ในรถบรรทุกทั้ง 4 คัน ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับเอกสารการรับชำระภาษี ที่ระบุว่ามีจำนวน 80,000 กิโลกรัม
สำหรับการนำเข้าสินค้าดังกล่าว ทางศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ลงนามโดยนายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มส.0018.2/6017 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 อ้างถึง หนังสือด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอนที่ กค0502(24)/1249 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ตามที่ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอนแจ้งการนำเข้าสินค้าประเภทเปลือกไม้ก่อ นำหนัก 80,000 กก. จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้ามาในราชอาณาจักร ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เคดับบลิว อินเตอร์เทรด (1977) โดยใช้ช่องทางบ้านดอยแสง (BP9) ตำบลปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ในระหว่างวันที่ 11 - 28 กรกฎาคม 2560 ซึ่งด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน ได้อนุมัติให้ ห้างหุ้นส่วนฯ ดังกล่าว นำสินค้าประเภทเปลือกไม้ก่อ เข้ามาในราชอาณาจักร ตามนัยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 มาตรา 5 ทวิ นั้นเนื่องจากช่องทางบ้านดอยแสงฯ เป็นช่องอนุมัติเฉพาะคราว กำหนดขึ้นตามความจำเป็น ฉะนั้น เพื่อให้การนำเข้าสินค้าประเภทเปลือกไม้ก่อเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การควบคุมดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน แจ้งหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 17 , ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน , ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมตรวจสอบการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรร่วมกับด่านศุลกากรฯ ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และเมื่อดำเนินการเสร็จให้รายงานแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนทราบทันที



